(มีคลิป) ๕๐ ปี ปางช้างแม่สา จากตำนานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ สู่บทใหม่แห่งความยั่งยืนก้าวสู่ปีที่ ๕๑

เผยแพร่เมื่อ ๑๙/๑๐/๒๐๒๖ ๐๑:๑๐

(มีคลิป) ๕๐ ปี ปางช้างแม่สา จากตำนานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ สู่บทใหม่แห่งความยั่งยืนก้าวสู่ปีที่ ๕๑

๕๐ ปี &#๘๒๒๐;ปางช้างแม่สา&#๘๒๒๑; จากตำนานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ สู่บทใหม่แห่งความยั่งยืนก้าวสู่ปีที่ ๕๑

รูปภาพ

รูปภาพ

เชียงใหม่ — ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่หมุนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนรากเหง้าและหน้าตาของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นคือ &#๘๒๒๐;ปางช้างแม่สา&#๘๒๒๑; แหล่งท่องเที่ยวระดับตำนานที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ชมความน่ารักของช้างไทยเท่านั้น หากแต่กำลังก้าวผ่านบททดสอบครั้งสำคัญ เพื่อพลิกโฉมหน้าใหม่และนำพาชุมชนก้าวเดินไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืนในวาระครบรอบ ๕๐ ปี และก้าวสู่ปีที่ ๕๑

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ ๕๐ ปีก่อน เรื่องราวของปางช้างแม่สาไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มาจากวิสัยทัศน์และการบุกเบิกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ล่วงลับ คุณอัญชลี กัลมาพิจิตร ทายาทผู้สืบสานกิจการ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นด้วยความภูมิใจว่า คุณพ่อเริ่มต้นก่อตั้งปางช้างแม่สาในปี ๒๕๑๙ หลังจากนั้นคุณพ่อชูชาติได้ไปบุกเบิกสร้างปางช้างที่จังหวัดเชียงราย แต่สมัยนั้นนักท่องเที่ยวไม่มีมากเท่าที่ควร จึงได้นำช้างเดินทางเท้าข้ามจังหวัดจากเชียงราย มายังท่าแพแม่ตะมาน อำเภอแม่แตง ในยุคที่ถนนหนทางยังเป็นเพียงทางดินแดงฝุ่นตลบ ก่อนจะริเริ่มบริการขี่ช้าง นั่งเกวียนและล่องแพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ความคิดสร้างสรรค์ของคุณพ่อชูชาติไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความสนุกสนานของการท่องเที่ยว แต่ยังขยายผลไปสู่การสร้างอาชีพให้แก่ผู้คนนับร้อย จนเกิดการเชื่อมโยงโปรแกรมท่องเที่ยวระหว่างปางช้างแม่สาและปางช้างแม่ตะมานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างเม็ดเงินสะพัดและทำให้พนักงานกว่า ๔๐๐ ชีวิต รวมถึงคนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่เรื่องช้างเท่านั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ คุณพ่อชูชาติ ยังได้ก่อตั้งบ้านโต้งหลวงขึ้นมา เพื่อโอบอุ้มและช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำงานร่วมกัน ด้วยการส่งเสริมงานหัตถกรรม เกษตรกรรม และเปิดพื้นที่เป็นศูนย์กลางเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวเขาถึง ๘ ชนเผ่า ทั้งลาหู่ ม้ง กะเหรี่ยงขาว กะเหรี่ยงคอยาว ปะหล่องหรือดาราอั้ง เย้า กะยอ และอาข่า กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เส้นทางครบรอบครึ่งศตวรรษของปางช้างแม่สานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในวันที่ลูกสาวคนโตอย่างคุณอัญชลี กัลมาพิจิตร เข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากคุณพ่อชูชาติ ที่จากไปในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ปางช้างต้องเผชิญกับบททดสอบที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ที่ทำให้บริษัทติดลบราว ๖๐ ล้านบาท และต้องปิดบริการสลับกับเปิดอยู่หลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น แม้คุณอัญชลีจะต้องแบ่งเวลาไปปฏิบัติภารกิจสำคัญในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เคียงข้างผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ท่านวรญาณ บุญณราช โดยต้องเดินทางไปมาระหว่างเชียงใหม่และมุกดาหารกว่า ๓ ปี แต่หัวใจของเธอก็ยังคงห่วงใยและคอยประคับประคองปางช้างแม่สาให้รอดพ้นวิกฤต ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ทั้งการเปิดให้เข้าชมฟรีเพื่อระดมทุนซื้ออาหารเลี้ยงช้าง ก่อนจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่โปรแกรมดูแลช้างอย่างใกล้ชิด เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และเมื่อโลกต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ จากสถานการณ์ภายนอกประเทศ คุณอัญชลีจึงตัดสินใจกลับมาทุ่มเทแรงกายและแรงใจ ให้กับปางช้างแม่สาอย่างเต็มที่อีกครั้ง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ ๕๑ นี้ เธอได้วางแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนปางช้างแม่สา ให้กลับมามีชีวิตชีวาและสอดรับกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ปางช้างแม่สาจะดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารสถานที่รอบบริเวณ เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

และเพื่อเป็นการขอบคุณและสนับสนุนพี่น้องคนไทยทุกท่าน ในวาระฉลองครบรอบ ๕๐ ปี ปางช้างแม่สา ทางปางช้างจึงได้มอบราคาพิเศษสำหรับเข้าเยี่ยมชม ในระหว่างวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ถึง ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๗๐ เป็นเวลา ๕ เดือนเต็ม โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยคิดค่าเข้าชมเพียง ๕๐ บาท/คน (ไม่รวมตะกร้าอาหารช้าง) ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติราคา ๓๐๐ บาท/คน (รวมตะกร้าอาหารช้าง) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

นอกจากนี้ ปางช้างแม่สายังเตรียมเปิดประตูต้อนรับผู้ประกอบการ ร้านกาแฟชื่อดัง ร้านอาหาร รวมถึงผู้ผลิตสินค้า OTOP และสินค้าพื้นบ้าน ให้เข้ามาลงทุนและร่วมสร้างคอมมิวนิตี้ใหม่ เพื่อผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยปางช้างแม่สา แหล่งรวมศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนรักช้าง และแหล่งจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมประยุกต์อย่างครบวงจร

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พร้อมเตรียมโปรโมทการท่องเที่ยวของปางช้างแม่สา นำร่องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำช้าง ควาญช้าง และพี่น้องชนเผ่ามาร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าวที่บ้านโต้งหลวง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากอดีตสู่ปัจจุบัน จากน้ำตาแห่งความยากลำบากในยามวิกฤต สู่รอยยิ้มและความมุ่งมั่นในวันนี้ ปางช้างแม่สาภายใต้การนำของคุณอัญชลี กัลมาพิจิตร กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรัก ความผูกพัน และหัวใจที่พร้อมจะปรับตัว คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ตำนานแห่งการท่องเที่ยวเชียงใหม่บทนี้ พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในฐานะบ้านที่อบอุ่นของทั้งคน ช้าง และธรรมชาติ อย่างแท้จริง.