(มีคลิป) เชียงใหม่ผนึก คปภ.-สมาคมประกันวินาศภัย เร่งจ่ายค่าสินไหม ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต ๒ ล้าน รายแรกของไทย เยียวยาเหตุน้ำป่าไหลหลาก-วาตภัย อ.กัลยาณิวัฒนา

เผยแพร่เมื่อ ๐๗/๑๐/๒๐๒๖ ๐๘:๑๐

(มีคลิป) เชียงใหม่ผนึก คปภ.-สมาคมประกันวินาศภัย เร่งจ่ายค่าสินไหม ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต ๒ ล้าน รายแรกของไทย เยียวยาเหตุน้ำป่าไหลหลาก-วาตภัย อ.กัลยาณิวัฒนา

เชียงใหม่ผนึก คปภ.-สมาคมประกันวินาศภัย เร่งจ่ายค่าสินไหม ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต ๒ ล้าน &#๘๒๒๐;รายแรกของไทย&#๘๒๒๑; เยียวยาเหตุน้ำป่าไหลหลาก-วาตภัย อ.กัลยาณิวัฒนา

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. คปภ. ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเดินหน้าโครงการ &#๘๒๒๐;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&#๘๒๒๑; เพื่อเร่งช่วยเหลือและจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สืบเนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติช่วงต้นเดือนตุลาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เกิดเหตุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักช่วงเวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านจันทร์ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้รับความเสียหาย ๒ หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ ๑๑๕ ของนายส่าโหล่โพ มงคลจรรยาภิค อายุ ๗๙ ปี และบ้านเลขที่ ๑๔๑ ของนายเมลดิ ฤดิ้วสันต์ อายุ ๖๐ ปี ต่อมาในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ ได้เกิดเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากเมื่อเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร และพบผู้เสียชีวิต ๑ ราย ในเวลา ๑๕.๑๐ น. คือ นางเกศริน ต่ำสิริ อายุ ๕๔ ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการขาดออกซิเจนเนื่องจากจมน้ำและสำลักน้ำปริมาณมากขณะพยายามกั้นกระสอบทราย

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทางจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายศิวกรบัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของ ปภ.จ.เชียงใหม่ สาขาสะเมิง ร่วมกับ อบต.บ้านจันทร์ ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเบื้องต้น พร้อมอำนวยความสะดวกประสานงานยื่นเคลมประกันภัยทางรัฐให้กับครอบครัวผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิต
เพื่อขับเคลื่อนการเยียวยาอย่างทันท่วงทีและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยแก่ประชาชน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวสำคัญ โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมแถลงข่าวผ่าน ระบบ Zoom โดยที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ มีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์จริง พร้อมประชาสัมพันธ์การเข้าถึงสิทธิ &#๘๒๒๐;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&#๘๒๒๑; เพื่อสร้างความมั่นใจและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทางด้านดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า &#๘๒๒๐;ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&#๘๒๒๑; เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณรวม ๑๕,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้กับคนไทยฟรีทั่วประเทศ ครอบคลุมประมาณ ๓๐ ล้านครัวเรือน โดยมีผลบังคับใช้และเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึง ๑ ตุลาคม ๒๕๗๐ ซึ่งประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนและไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเอง เนื่องจากภาครัฐใช้ฐานข้อมูลบ้านจากกรมการปกครองเป็นหลัก

สำหรับรายละเอียดความคุ้มครองของกรมธรรม์แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างและที่อยู่อาศัย วงเงินสูงสุด ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน ซึ่งเน้นการจ่ายเงินชดเชยเบื้องต้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอประเมินความเสียหายจนเสร็จ ครอบคลุมภัยธรรมชาติหลัก ๓ ประเภท ได้แก่ อุทกภัยหรือน้ำท่วม มีเงินชดเชยเบื้องต้นที่จ่ายทันที ๑๐,๐๐๐ บาท และเงินชดเชยเพิ่มเติมตามจริงไม่เกิน ๙๐,๐๐๐ บาท วาตภัยหรือพายุและฟ้าผ่า มีเงินชดเชยเบื้องต้นจ่ายทันที ๕,๐๐๐ บาท และเงินชดเชยเพิ่มเติมตามจริงไม่เกิน ๙๕,๐๐๐ บาท ส่วนแผ่นดินไหวและสึนามิ มีเงินชดเชยเบื้องต้นจ่ายทันที ๕,๐๐๐ บาท และเงินชดเชยเพิ่มเติมตามจริงไม่เกิน ๙๕,๐๐๐ บาท ทั้งนี้มีกรณีพิเศษหากตัวบ้านไม่ได้พัง แต่ถูกน้ำท่วมขังล้อมรอบสิ่งปลูกสร้างจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ติดต่อกันเกิน ๗ วันขึ้นไป จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ๑๐,๐๐๐ บาท ทันที ส่วนกรณีคอนโดมิเนียม หากมีการจดทะเบียนแยกเลขที่บ้านชัดเจนจะนับแยกสิทธิ์เป็นรายห้อง และในส่วนที่สองคือความคุ้มครองต่อชีวิตและร่างกายจากอุบัติเหตุเนื่องจากภัยพิบัติ กรณีเสียชีวิตจะจ่ายเงินชดเชย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน ให้แก่ทายาทโดยธรรม และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจะจ่ายเงินชดเชย ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน

สำหรับเงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ โครงการนี้จะไม่คุ้มครองมวลน้ำหรือภัยที่เกิดก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ซึ่งความเสียหายเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะไม่สามารถเคลมจากประกันชุดนี้ได้ แต่ประชาชนยังคงได้รับเงินเยียวยาจากเกณฑ์ภาครัฐปกติ เช่น เงินช่วยเหลือ ๙,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวจะต้องได้รับการประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และหากบ้านพักอาศัยทำประกันอัคคีภัยหรือประกันภัยบ้านส่วนตัวไว้แล้ว ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์เคลมจากโครงการของรัฐบาลนี้ร่วมด้วยได้

เมื่อเกิดเหตุและพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ประชาชนสามารถส่งหลักฐาน ซึ่งได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ผ่าน ๔ ช่องทางหลักของระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ (ThaiNATCAT) ได้แก่ เว็บไซต์ www.thainatcat.org, LINE Official: @ThaiNATCAT, Call Center โทร. ๐๒-๐๑๒-๕๕๕๕ หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย โดยเมื่อเอกสารครบถ้วน ระบบจะดำเนินการอนุมัติและโอนเงินผ่านระบบ PromptPay ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนภายใน ๑๕ วัน ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าว

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินงาน ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริง สู่การช่วยเหลือและจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต กรณี ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร และพบผู้เสียชีวิต ๑ ราย เป็นจำนวนเงิน ๒ ล้านบาท และเหตุพื้นที่หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านจันทร์ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้รับความเสียหาย ๒ หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ ๑๑๕ ของนายส่าโหล่โพ มงคลจรรยาภิค อายุ ๗๙ ปี และบ้านเลขที่ ๑๔๑ ของนายเมลดิ ฤดิ้วสันต์ อายุ ๖๐ ปี รายละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเป็นการจ่ายค่าเสียหาย ให้กับญาติผู้เสียชีวิตเป็นรายแรกของของประเทศไทย ที่รัฐบาลได้จัดทำประกันภัย ตามโครงการ &#๘๒๒๐;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&#๘๒๒๑; ใหม่ ในครั้งนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ หรือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ โทร. ๐๕๓-๒๒๑๔๗๐).