ผบช.ภ.๕ เผยความคืบหน้า กรณี โจรลาวควงปืนปล้นทอง ๑๓ ล้าน หนีกบดานแขวงบ่อแก้ว




ความคืบหน้าคดีคนร้ายเป็นชายจำนวน ๒ คน พร้อมอาวุธปืนขนาด ๙ มม. บุกเข้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กวาดทองคำน้ำหนักรวม ๑๘๔ บาท มูลค่าประมาณ ๑๓ ล้านบาท ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดริมแม่น้ำโขง แล้วข้ามฝั่งหลบหนีไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ ๔ ส.ค. ที่ผ่านมา


ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ ส.ค.๖๙ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๕ เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวบุคคลผู้ก่อเหตุทั้ง ๒ คนได้แล้ว โดยศาลจังหวัดเทิงได้อนุมัติหมายจับตามคำร้องของ พ.ต.ท.อิทธิพล ฉลาดธัญญกิจ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เชียงของ ลงวันที่ ๕ ส.ค. ๒๕๖๙ ให้จับกุมนายคำทิด พรปะสิด หรือนายสมชาย ทิพวัน (นายสามชาย ทิพวัน) สัญชาติลาว อายุ ๒๘ ปี

สำหรับข้อหาตามหมายจับ ได้แก่ ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยทำด้วยประการอื่น (สวมหน้ากากอนามัย) เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน และร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายคำทิดเคยทำหนังสือเดินทางระหว่างประเทศเมื่อวันที่ ๑๑ เม.ย. ๒๕๖๘ และหมดอายุวันที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๗๘ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยและ สภ.เชียงของ ได้ประสานไปยังกองบัญชาการป้องกันความสงบ (ปกส.) แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัวนายคำทิดและพวกอีก ๑ คน โดยเบื้องต้นตรวจพบเสื้อผ้าของผู้ต้องหาในพื้นที่เมืองห้วยทราย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงกับ อ.เชียงของ แต่คาดว่าคนร้ายทั้งสองได้หลบหนีออกจากเมืองห้วยทรายไปก่อนหน้านี้แล้ว.