(มีคลิป) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตรวจเยี่ยมการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย – ลาว ย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

เผยแพร่เมื่อ ๒๒/๐๗/๒๐๒๖ ๑๓:๒๒

(มีคลิป) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตรวจเยี่ยมการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย – ลาว ย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตรวจเยี่ยมการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย &#๘๒๑๑; ลาว ย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) นำโดย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากข้อมูลสถิติการจับกุมและตรวจยึดยาบ้า โดยศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. พบว่า ในห้วงปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ประเทศไทยสามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวกับการลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้าสู่ประเทศในพื้นที่ตามชายแดน ไทย &#๘๒๑๑; ลาว จำนวน ๓๗๐ คดี และตรวจยึดของกลางยาบ้าได้มากถึง ๔๑๕ ล้านเม็ด ซึ่งสูงกว่าในพื้นที่ตามชายแดน ไทย &#๘๒๑๑; เมียนมา สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปัจจุบันเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเลือก สปป.ลาว เป็นพื้นที่ทางผ่าน เช่นเดียวกันกับประเทศไทย

รูปภาพ

รูปภาพ

คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย เกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศ สถานการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ แนวทางการปฏิบัติการสกัดกั้นตามแนวลำน้ำโขง ตลอดจนหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงมีความประสงค์ที่จะตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อันมีหน่วยงานทั้ง ๖ หน่วยงาน ประกอบด้วย ๑) หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตากกองกำลังผาเมือง ๒) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย ๓) ปกครองอำเภอเชียงแสน ๔) ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ๕) ศุลกากรเชียงแสน ๖) สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดมา

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะได้เดินทาง ทางเรือจากจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำไปยังท่าเรือบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามลำน้ำโขง ตลอดจนได้เดินทางและศึกษาเส้นทางบกและการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของแขวงบ่อแก้ว และจุดตรวจยาเสพติดบ้านน้ำเกิ่ง โดยได้หารือแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนทางการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันและหารือร่วมกันเพื่อยกระดับในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

รูปภาพ

รูปภาพ

ต่อมา คณะได้เดินทางไปยังจุดตรวจยาเสพติดน้ำเกิ่ง เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดตรวจที่ฝ่ายไทยให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ของ สปป.ลาว ภายใต้ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างสองประเทศ ซึ่งในห้วง ๑๒ ปีที่ผ่านมา สปป.ลาว ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากถึง ๖๖,๗๗๖,๓๗๓ บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของด่านตรวจยาเสพติดใน ๕ แขวงของ สปป.ลาว (๗ ด่านตรวจยาเสพติด) ได้แก่ แขวงบ่อแก้ว (ด่านน้ำเกิ่ง ด่านน้ำทุง และด่านปากทา) แขวงหลวงน้ำทาแขวงอุดมไซ แขวงบอลิคำไซ และแขวงเวียงจันทน์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศอื่นในภูมิภาค

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะผู้แทนไทยได้ประชุมหารือร่วมกับฝ่าย สปป.ลาว เกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนและแนวทางการยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยฝ่าย สปป.ลาว นำโดย พลจัตวา จันพอนเพ็ด คำสี หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว และ พันเอก จันทอน เฮืองคำไซ หัวหน้าสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด โดยร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน พร้อมทั้งนำคณะศึกษาสภาพพื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการสกัดกั้นและการปฏิบัติการร่วมระหว่างสองประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทั้งนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมและสำนักงาน ป.ป.ส. จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง อันเป็นกลไกสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด ลดผลกระทบต่อประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของประเทศตลอดจนภูมิภาคอย่างยั่งยืน

รูปภาพ

อนึ่ง นอกจากในมิติของการสกัดกั้นยาเสพติดแล้ว พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของทางการไทยที่เข้ามาหลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว ด้วย ซึ่งหลบซ่อนในหลายแขวงของ สปป.ลาว รวมถึง แขวงบ่อแก้ว ที่คาดว่าจะมีจำนวนไม่น้อยเช่นและผู้ต้องหาเหล่านี้ยังคงมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวพันกับเครือข่ายการค้ายาเสพติด และเข้ามาขยายเครือข่าย ยกระดับเป็นอาชญากรข้ามชาติ สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งสองประเทศ โดยในวันพรุ่งนี้ (วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙) พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานด้านยาเสพติดส่วนกลางของ สปป.ลาว ส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับรายสำคัญด้วย ๒ ราย ที่ นครหลวงเวียงจันทน์.