สทนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศต่อเนื่อง พร้อมปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำตอนบนและฝนที่ตกลงมา

เผยแพร่เมื่อ ๐๘/๐๙/๒๐๒๕ ๑๐:๓๐

สทนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศต่อเนื่อง พร้อมปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำตอนบนและฝนที่ตกลงมา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศต่อเนื่อง พร้อมปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำตอนบนและฝนที่ตกลงมา ส่วนบริเวณที่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมให้ยกของขึ้นที่สูงหรืออพยพไปอยู่จุดปลอดภัย

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งต่อเนื่องจนถึงวันที่ ๑๑ กันยายนนี้ จากอิทธิพลร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง สำหรับพายุโซนร้อน ตาปะฮ์ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันนี้ (๘ ก.ย. ๖๘) โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ส่วนของกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ ด้วยการปรับการระบายน้ำอยู่ที่ ๑,๖๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในระยะนี้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมจากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับผันน้ำบางส่วนเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาตามศักยภาพของคลองที่รับได้ ส่งผลให้พื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ บริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง // คลองบางบาล , ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา , ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย เกิดน้ำท่วมเอ่อล้นเข้าไปในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง หรืออพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่จัดเต็มไว้รองรับ ทั้งนี้ หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป