ตำรวจภูธรภาค ๕ ทลายเครือข่ายไซเบอร์! ทลายแก๊งสกัดม้า ๑๗ ล้าน พร้อมเปิดโครงการ ๘๒๒๐;Money Cash Back๘๒๒๑; ล่าเงินคืนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์กว่า ๓ ล้านบาท





เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ตำรวจภูธรภาค ๕ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.๕ พร้อมด้วยทีมสืบสวนและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.๕) เดินหน้าปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยล่าสุดได้เปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญสองโครงการเพื่อกวาดล้างขบวนการหลอกลวงทางเทคโนโลยีและนำเงินกลับคืนสู่มือผู้เสียหาย




ในปฏิบัติการแรก ตำรวจภูธรภาค ๕ ได้เปิดปฏิบัติการ สกัดม้า ๑๗ ล้าน นำกำลังบุกจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด ๑๔ รายจากทั่วประเทศ หลังสืบพบความเชื่อมโยงในคดีที่อดีตข้าราชการพยาบาลเกษียณอายุรายหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชันปลอมชื่อ ๘๒๒๐;CAPFAST๘๒๒๑; โดยอ้างผลตอบแทนสูง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า ๒๑ ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า ๘ ล้านบาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายยังได้ปลอมหนังสือแอบอ้างชื่อบริษัทเอกชน หลอกให้โอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก ๕ ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดสูงถึง ๑๗,๖๕๕,๙๖๘.๖๒ บาท ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนพบโครงข่ายบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องถึง ๓๕ บัญชี ก่อนระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้า
พร้อมกันนี้ ทางตำรวจภูธรภาค ๕ ยังได้ดำเนินโครงการ ๘๒๒๐;Money Cash Back๘๒๒๑; (ปิดบัญชี ตามล่า คว้าเงินคืน) ประสบความสำเร็จในการสกัดจับกุมคนร้ายและอายัดเงินสดของกลางกลับคืนมาส่งมอบให้แก่เหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้ทันท่วงทีรวมจำนวน ๕ คดี คิดเป็นมูลค่าเงินคืนรวมทั้งสิ้น ๓,๑๔๙,๙๐๐ บาท




สำหรับพฤติกรรมของมิจฉาชีพในโครงการคืนเงินดังกล่าว มีความหลากหลายและสร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง เช่น ในพื้นที่ สภ.เขลางค์นคร จังหวัดลำปาง มีผู้เสียหายสูงอายุวัย ๗๑ ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ข่มขู่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและตำรวจ แจ้งว่าบัญชีพัวพันกับการฟอกเงินจนยอมโอนเงินไปตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถอายัดและนำเงินสดกลับมาคืนได้จำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ขณะที่ สภ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีคดีหลอกลวงจัดหางานไปต่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทำหน้าที่กดเงินและควบคุมม้าได้ ๕ รายที่ตลาดมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยึดเงินคืนให้ผู้เสียหายได้ ๒๙๐,๐๐๐ บาท อีกคดีในพื้นที่เดียวกันเป็นการหลอกลงทุนทำกิจกรรมพิเศษโปรโมทสินค้าหลังจากเหยื่อติดต่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาขณะกำลังกดเงินสดที่ธนาคารในอำเภอเชียงดาว ยึดเงินคืนได้เต็มจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ยังมีกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชนหลอกให้เหยื่อเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อสแกนใบหน้าโอนเงินออกไป ซึ่งอายัดคืนมาได้ ๔๑๐,๐๐๐ บาท และกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกคืนเงินค่ามิเตอร์เก่าโดยให้เหยื่อส่งรหัสผ่านแอปพลิเคชัน Line จนถูกโอนเงินออกไป ซึ่งอายัดคืนมาได้อีก ๔๙๙,๙๐๐ บาท









ทางตำรวจภูธรภาค ๕ ได้เน้นย้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างเด็ดขาดว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ให้ผู้อื่นยืมใช้งานโดยเด็ดขาด เนื่องจากการเปิดบัญชีม้าหรือเป็นธุระจัดหาบัญชีม้า มีโทษตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาซื้อขายบัญชีม้า มีโทษหนักจำคุกตั้งแต่ ๒ ปีถึง ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.