ผบ.นบ.ยส.๓๕ แถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ รอบ ๖ เดือน ยึดยาบ้ากว่า ๓๑๙ ล้านเม็ด เดินหน้ายกระดับการขยายผลทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด




เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.๓๕) จัดประชุมและแถลงผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ รอบ ๖ เดือน (ตุลาคม ๒๕๖๘ – มีนาคม ๒๕๖๙) โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ ๓ ในฐานะผู้บัญชาการ นบ.ยส.๓๕ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้แผนปฏิบัติการฯ อย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ ๓/รอง ผบ.นบ.ยส.๓๕, พลตำรวจตรี ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.๕, พลตำรวจตรี อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.๖, พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง, พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผบ.กกล.นเรศวร, นายกิตติศักดิ์ วงศ์จีน อธิบดีอัยการภาค ๕ ร่วมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดจาก ๖ จังหวัดชายแดน และผู้บริหารจากสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๕ และ ภาค ๖



การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน วิเคราะห์สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะถัดไป ซึ่งผลการดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่ ๖ จังหวัด ๒๕ อำเภอชายแดนภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ – ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้



ด้านการสกัดกั้น สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก อาทิ ยาบ้า จำนวน ๓๑๙,๖๒๓,๒๘๔ เม็ด, ไอซ์ ๖,๗๐๙ กิโลกรัม, คีตามีน ๖๕๙ กิโลกรัม และเฮโรอีน ๖๐ กิโลกรัม โดยการสกัดกั้นเกิดเหตุปะทะกับกลุ่มขบวนการกว่า ๓๘ ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ๑๓๓ ราย และมีฝ่ายขบวนการเสียชีวิต ๒๕ ราย โดยพื้นที่หลักอยู่ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ปริมาณการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ ๘๖.๖๗ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา


ด้านการปราบปรามและขยายผล สามารถดำเนินการขยายผล จับกุม และออกหมายจับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งมีนายทุนเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้ ๘ เครือข่าย โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดกว่า ๓๒๒ ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งด่านชั่วคราวและด่านถาวรครอบคลุมทั้ง ๖ จังหวัด ๒๕ อำเภอ ซึ่งมีการปฏิบัติสุ่มตรวจค้นกว่า ๔,๐๐๐ ครั้ง


ด้านการป้องกัน ได้ดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดนแล้วกว่า ๒,๑๐๓ หมู่บ้าน เพื่อร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้ดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงกว่า ๑๐๗,๒๙๙ ครั้ง

ด้านการอำนวยการ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนด้านการข่าว ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ประชุมหารือและกำกับติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมถึงจัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการทุกภาคส่วน ตลอดจนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดน ให้มีศักยภาพสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ผู้บัญชาการ นบ.ยส.๓๕ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการขนส่งพัสดุภัณฑ์ เพื่อกำกับติดตามมาตรการป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยเน้นตรวจสอบกระบวนการรับ–คัดแยก–จัดส่ง และมาตรการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย เพื่อยกระดับการป้องกันการใช้ระบบขนส่งเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด

ทั้งนี้ สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังมีแนวโน้มรุนแรง โดยพบการผลิตในพื้นที่รัฐฉานและการลำเลียงผ่านประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น รูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการซุกซ่อนในช่องลับของยานพาหนะ การอำพรางกับสินค้าทางการเกษตร การใช้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์ และมีการสื่อสารผ่านเครือข่ายดิจิทัล



นบ.ยส.๓๕ ยังคงยึดแนวทางการบูรณาการ ๕ มิติ ได้แก่ การข่าวเชิงรุก การสกัดกั้น การปราบปรามขยายผลและยึดทรัพย์ การป้องกัน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดนไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน พร้อมยกระดับการดำเนินงานมุ่งเน้นการทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด ตั้งแต่ระดับนายทุนและผู้สั่งการ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของแผนปฏิบัติการฯ ปกป้องสังคมไทยจากยาเสพติด.