รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่หมู่บ้านชาวเลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ติดตามมาตรการป้องกันยาเสพติด เน้นย้ำเรื่องบำบัด ฟื้นฟู-ฃ ป้องกันและปราบปราม ไปด้วยกัน

เผยแพร่เมื่อ ๑๓/๐๙/๒๐๒๕ ๒๐:๔๗

รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่หมู่บ้านชาวเลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ติดตามมาตรการป้องกันยาเสพติด เน้นย้ำเรื่องบำบัด ฟื้นฟู-ฃ ป้องกันและปราบปราม ไปด้วยกัน

วันนี้ (วันเสาร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๘) ที่หมู่บ้านชาวเลราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้นำชุมชนและประชาชน โดยมีนายธิติ บุณยัษเฐียร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองภูเก็ต นายจรุง เถาว์จันทร์ กำนันตำบลราไวย์ พ.ต.ท.ภูเอก มุสิกวงษ์ สารวัตรสืบสวน สภ.ฉลอง นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน เข้าร่วมให้ข้อมูล พร้อมด้วย


พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเปราะบางและเมืองท่องเที่ยว เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประชาชน พร้อมเน้นย้ำแนวทาง บำบัด ฟื้นฟู ป้องกัน ควบคู่ปราบปราม เพื่อให้ผู้เสพสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ


ทั้งนี้ การเลือกลงพื้นที่หมู่บ้านชาวเลราไวย์ เนื่องจากเป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวเลที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะตัว แต่ก็เผชิญความเปราะบางหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดินทำกิน รายได้ไม่มั่นคง และโอกาสทางการศึกษาที่จำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ส่งผลให้ชุมชนเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ริมทะเล และการแพร่กระจายเข้าสู่กลุ่มเยาวชนอายุเพียง ๑๒–๑๓ ปี ถือเป็นประเด็นที่น่าห่วงอย่างยิ่ง


รมว.ยุติธรรมยังได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกับท้องถิ่นและประชาชน เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติด พร้อมทั้งผลักดันโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพทางเลือก ลดความเสี่ยงในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ชุมชนยังคงเปราะบาง


ปัญหายาเสพติดในชุมชนชาวเลราไวย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำ