Festival Economy ยุทธศาสตร์ที่สร้างเสริมเศรษฐกิจไทยด้วยงานเทศกาล

เผยแพร่เมื่อ ๑๐/๐๙/๒๐๒๕ ๑๙:๓๑

Festival Economy ยุทธศาสตร์ที่สร้างเสริมเศรษฐกิจไทยด้วยงานเทศกาล

ปัจจุบัน Festival Economyเป็นกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยสามารถดึงดูดให้ผู้คนเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นมีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเพราะนักเดินทางยุคใหม่มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยนอกจากการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆแล้วยังต้องการสัมผัสวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นเพื่อค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าจดจำซึ่ง Festival Economy สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทศกาลหรือ Festival เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ทรงพลังในการผลักดัน Soft Power ของไทยซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เลือกปักหมุดประเทศไทยเป็นจุดหมายของการเดินทางด้วยความสวยงามของวัฒนธรรมประเพณี การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล หรือ Festival Economy จึงเน้นการใช้อัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) มาผสานเข้ากับการออกแบบกิจกรรม (Experience Design) ก่อให้เกิดระบบนิเวศใหม่ (New Ecosystem) ในการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองผ่านการจัดงานเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลดนตรี งานเทศกาลอาหาร งานเทศกาลวัฒนธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหลายจังหวัดในภาคใต้ได้จัดงานเทศกาลเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างสนใจจนเรียกได้ว่าเป็น งานเด่นไมซ์ซิตี้ภาคใต้ อาทิเช่น ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต, เทศกาลวิ่ง HATYAi๒๑ เป็นต้น

สงขลา เมืองที่มีความพร้อมสูงในทุกด้านเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่สามารถใช้กลยุทธ์ Festival Economyในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสงขลาไมซ์ซิตี้ ได้อย่างมีศักยภาพโดยนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดผ่านการออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ Lighting of Songkhla Lagoon

Lighting of Songkhla Lagoon เทศกาลงานไฟส่งเสริมอัตลักษณ์จังหวัดสงขลาเป็นกิจกรรมที่ถูกออกแบบขึ้นมาภายใต้วัตถุประสงค์ของ Festival Economy โดยได้นำเอาอัตลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองสงขลามาผสมผสานกับการจัดแสดงศิลปะแสงไฟ นอกจากความน่าสนใจด้วยเป็นกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่แล้วยังช่วยส่งเสริมพหุวัฒนธรรมซึ่งถือเป็น City DNA อันโดดเด่นของสงขลา และกระตุ้นเศรษฐกิจ Night-time Economy ของย่านเมืองเก่าสงขลาให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

Lighting of Songkhla Lagoon เทศกาลงานไฟส่งเสริมอัตลักษณ์จังหวัดสงขลาที่นำเสนอ DNA ของเมืองสงขลาในมุมมองใหม่ผ่านการจัดแสดงศิลปะแสงไฟ และสถาปัตยกรรมแสงไฟ โดยเน้นนำเสนอเรื่องราวของ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งอุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ในปีที่ผ่านเป็นการนำเสนอพหุวัฒนธรรมของย่านเมืองเก่าในแง่มุมของคำกล่าว สามหลักผสมเกลียว เป็นหนึ่งเดียวในบ่อยาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุข แตกต่างแต่ไม่แตกแยกของพี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตกระทั่งปัจจุบัน ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอันงดงาม ทั้งด้านอาหารพื้นถิ่น ประเพณี และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามการจัดงานLighting of Songkhla Lagoon ครั้งแรกนั้นนอกจากจะได้รับการตอบรับที่ดีแล้วยังเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในเชิงเศรษฐกิจกล่าวคือก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจรวม ๖๐ ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ ๑,๐๐๐ ตำแหน่ง

สำหรับ Lighting of Songkhla Lagoon ๒๐๒๕ ยังคงนำเสนออัตลักษณ์ของเมืองอย่างพหุวัฒนธรรมเป็นแกนหลักเช่นเดิม ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด แสงแห่งชีวิต : Light of Life โดยบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันงดงามของผู้คนที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบสงขลาที่แม้จะแตกต่างกันทางความเชื่อ วัฒนธรรมและศาสนา แต่ทว่ากลับมีวิถีการดำรงชีวิตคล้ายคลึงกันโดยมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวเป็นแสงส่องนำทาง ภายในงานจะมี จุดไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด ยกตัวอย่างเช่น อุโมงค์ดวงดาว จุดแสดงไฟเกี่ยวกับนก และโลมาอิรวดี เป็นต้น ท่ามกลางบรรยากาศแสนสบายริมทะเลสาบสงขลา เดินรับลมเย็น ๆ ชมเทศกาลจัดแสดงแสงไฟอันสวยงามตระการตา ระหว่าง ๑๑ - ๑๔ กันยายน ๒๕๖๘ ณ บริเวณถนนนครนอก อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เชื่อว่านี่คือมุดหมายสำคัญที่มีคุณค่ามากกว่าแค่งานเทศกาลทั่วไป และจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น ทั้งยังเป็น งานเทศกาลสำคัญ ที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สงขลา พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และเป็นแรงบันดาลใจให้เมืองอื่นๆ ในการดึงอัตลักษณ์และงานเทศกาลของเมืองมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกด้วย


เพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ FB : Lighting of Songkhla Lagoon