เร่งสำรวจความเสียหาย พม่าทิ้งระเบิดฐานกะเหรี่ยง แรงอัดข้ามฝั่งสะเทือน 'แม่สามแลบ' บ้านเรือน ราษฏร ส่วนราชการ ได้รับผลกระทบ

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๐๑ พ.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ความคืบหน้ากรณี เครื่องบินรบของกองทัพพม่าทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อค่ำวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนชาวแม่สามแลบได้รับความเสียหาย 17 หลัง เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของการระเบิด ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้อพยพไปนอนที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่สามแลบ เมื่อคืนที่ผ่านมา และ เช้าวันนี้ได้กลับไปบ้านตามปกติแล้ว ขณะที่มีสะเก็ดระเบิดปลิวข้ามมาฝั่งไทยโดยชาวบ้านนำมามอบให้หน่วยงานทหารพราน 5 ชิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารชี้ว่าเป็นสะเก็ดระเบิดขนาดใหญ่ 500 ปอนด์ขึ้นไปซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน บรรยากาศที่บริเวณท่าเรือแม่สามแลบ ร้านค้าริมน้ำสาละวิน ปิดเงียบเหงา เรือหยุดวิ่งชั่วคราว มีเพียงชาวบ้านในชุมชนที่อยู่กันประปรายเพื่อดูสถานการณ์ ขณะที่ ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกสำรวจความเสียหายผู้ได้รับผลกระทบจากสะเก็ดระเบิด ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว โดยนายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย มอบหมายให้ นายธนวัฒน์ คงศิริ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับ นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนัน ต.แม่สามแลบ พ.ต.สุรินทร์ จุลตรีจรัสพร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ ๓๖๐๘ ร่วมกันสำรวจความเสียหาย จากการทิ้งระเบิดของกองทัพพม่าบริเวณตรงข้ามก็บ้านแม่สามแลบ ซึ่งบ้านเรือนราษฏรได้รับผลกระทบจากสะเก็ดระเบิดและแรงอัด สภาพความเสียหาย นอกจากกระจกหน้าต่างแตกแล้ว หลังคาถูกสะเก็ดระเบิด ยังมีอาคารร้าว ฝ้าเพดานพัง ประมาณ ๑๗หลัง และ ส่วนราชการ รพ.สต.แม่สามแลบ โบสถ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อบต.แม่สามแลบ ได้รับความเสียหาย ด้าน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ ให้สัมภาษณ์ว่า การทิ้งระเบิด ๒ ลูกของทหารพม่าทำให้บ้านเรือน สถานีอนามัย ศูนย์เด็กเล็ก มัสยิด วัด โบสถ์คริสต์ ของชาวแม่สามแลบได้รับความเสียหาย ซึ่งมีทั้งที่ถูกสะเก็ดระเบิดใส่บ้านและแรงงานสั่นสะเทือน พร้อมระบุ ว่ารัฐบาลไทยควรมีมาตรการออกมาเพื่อสร้างความมัานใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนชายแดนที่ต้อวอยู่กันอย่างหวาดระแวงและได้รับผลกระทบจากการโจมตี เนื่องจากในปัจจุบัน ได้เกิดความไม่สงบขึ้นตามแนวชายแดน ประเทศเพื่อนบ้านเปิดปฎิบัติการโจมตีใกล้ชายแดนมากขึ้นทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนฝั่งไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยควรหาวิธีการทำอย่างไรที่ไม่ให้รัฐบาลพม่าเปิดปฎิบัติการตามแนวชายแดน เช่น ห้ามทิ้งระเบิดตามแนวชาวแดนเพื่อให้ชุมชนทั้งสองฝั่งไม่รู้สึกใช้ชีวิตด้วยความกังวลด้วยความหวาดระแวงในดารใช้ชีวิตประจำวัน โดยรัฐบาลไทยควรเจรจากับรัฐบาลพม่าเพื่อหามาตราการร่วมกัน ภาพข่าว ภาพข่าว นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนันตำบลแม่สามแลบ กล่าวว่า ได้มีการประชุมลูกบ้านย้ำเตือนให้ระมัดระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช่น อย่าเปิดเพลงเสียงดัง เพื่อที่จะได้ยินการแจ้งเตือน หรือ ได้ยินเสียงเครื่องบิน เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนอยู่เป็นระยะว่าทหารพม่าจะเข้ามาโจมตีทหารกะเหรี่ยง(KNU) ซึ่งเมื่อวานก็เช่นกันได้มีการแจ้งเตือนมาว่าจะเกิดเหตุโจมตีริมแม่น้ำสาละวินแต่ไม่แน่ชัดว่าจุดไหน ในส่วนของพื้นที่ปลอดภัย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ทาง อบต.แม่สามแลบ ได้เตรียมไว้ ณ โรงเรียนบ้านห้วยกองก๊าด สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทย และ หากมีผู้อพยพจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางฝ่ายความมั่นคงก็ได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้ ๓ จุด แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในช่วงสภาวะวิกฤตจึงอยากเสนอให้มีการจัดสร้างหลุมหลบภัยไว้ในชุมชนเพื่อชาวบ้านจะได้วิ่งเข้าพื้นที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที ทางด้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองทัพกะเหรี่ยง KNU เปิดเผยว่าเมื่อ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๙ กองทัพบกเมียนมา โดย คณะกรรมการชายแดนพม่า-ไทย เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ได้ส่งจดหมายประท้วงต่อฝ่ายไทย เตือนอย่างเป็นทางการไปยังเจ้าหน้าที่ชายแดนไทยและพ่อค้า/นักธุรกิจไทย จดหมายดังกล่าวเตือนพ่อค้าไทยไม่ให้ติดต่อกับ KNU ไม่ให้ขนส่งสินค้าผ่านด่านซอเลท่า ที่ KNU ควบคุม และด่านซอเลท่า ของ KNU จะถูกโจมตีทางอากาศ ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว KNU ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางอากาศโดย กองทัพอากาศพม่าเพื่อตัดเส้นทางขนส่งเสบียงและการค้าชายแดนของกองพลน้อย KNU กองพลน้อยที่ 5 ชาวบ้านและผู้สังเกตการณ์ทางทหารเชื่อว่าการโจมตีทางอากาศเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศและความปลอดภัยของพลเรือนไทยที่อาศัยอยู่ตามชายแดน เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้ชายแดนมาก โดยก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการชายแดนระดับเมืองเมียนมา-ไทย (TBC - Myawaddy) ได้ยื่นหนังสือประท้วง ต่อฝ่ายไทย ว่า ทางการพม่าจะดำเนินการโจมตี ค่ายคลังสินค้าของฝ่าย KNU ที่อยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมยของไทย หากไทยยังไม่ยุติการ อำนวยความสะดวกในการส่งสินค้า เครื่องอุปโภคและบริโภค ให้แก่ฝ่าย KNU ที่ตั้งคลังสินค้าจะถูกโจมตีจากฝ่ายทหารของพม่า โดยในเอกสารประท้วงของพม่า ระบุว่า ในเมืองผาปูน (Hpapun) พื้นที่ถิ่นกันดาร ห่างไกล เป็นสถานที่ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศพม่า ได้มีการประกาศให้กลุ่มติดอาวุธ KNU เป็น "องค์กรผิดกฎหมาย" ในส่วนของผู้ประกอบการจากประเทศไทยที่เข้าไปติดต่อทำธุรกิจการค้าในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายของประเทศเรา จึงขอให้แจ้งเตือนผู้ประกอบการจากประเทศไทยมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนกิจกรรมการค้าใดๆ ที่จะเป็นหลักฐานสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ KNU และในส่วนของรัฐบาลของเรา ได้มีการติดตามและตรวจสอบเส้นทางลำเลียงเสบียงและสิ่งสนับสนุนของกลุ่มติดอาวุธ KNU ทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม จะดำเนินการควบคุมและกวาดล้างอย่างเข้มงวดต่อไป ในส่วนของพรรคการเมืองและผู้ประกอบการทางธุรกิจในประเทศไทย หากตรวจสอบพบว่ามีการติดต่อสัมพันธ์หรือร่วมมือกันไม่ว่าในรูปแบบใด ทั้งกับองค์กรติดอาวุธ KNU ที่รัฐบาลของเราประกาศเป็นองค์กรผิดกฎหมาย หรือในด้านธุรกิจ, ด้านสังคม, และด้านการเมือง ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดตรวจสอบอย่างละเอียด ล่าสุดทางฝ่ายความมั่นคง เตรียมทำหนังสือประท้วงถึงความรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

✍️ ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค