เมื่อวันที่ 30 ต.ค.69 เวลา 19.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร , พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ,พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , พ.อ. ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.กรม.ทพ.21 , นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร , พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23 , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร , นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร บูรณาการร่วมกับ หน.ชุดปฏิบัติการ พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ สอนสะอาด สว.ปรก.สภ.เมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.234 เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2103 (ฉก.ทพ.2103) ตามนโยบาย ผบช.ภ.4 ในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ ชปส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ออกสืบสวนหาข่าวและลาดตระเวนตามแนวชายแดนในเขตพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันปราบปรามและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนใน ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดย่างเด็ดขาด
โดยเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมออกลาดตระเวนมาถึงบริเวณทางเข้า ริมอ่างเก็บน้ำห้วยสิงห์ ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้พบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ NISSAN รุ่น Almera สีน้ำตาล ติดแผ่นป้ายทะเบียน กต ๑๔๗๒ สุรินทร์ กำลังขับขี่มุ่งหน้าไปทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร และสังเกตเห็นว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวผ่านระบบสารสนเทศยานพาหนะตามยุทธวิธีการสืบสวนเพื่อป้องกันปราบปรามรถสูญหายหรือถูกโจรกรรม ผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวไม่ตรงกับข้อมูลจดทะเบียนของรถยนต์คันจริง มีพิรุธน่าสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับขี่รถยนต์ตรวจการณ์เข้าไปเทียบขนานกับรถยนต์คันดังกล่าว แสดงตนอย่างเปิดเผยว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และส่งสัญญาณมือพร้อมเปิดสัญญาณไฟสั่งให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถตามคำสั่ง และได้เร่งเครื่องยนต์ขับขี่หลบหนีไปด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมทั้งประสานงานบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชต.๒๓๔ และเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่๒๑๐๓ (ฉก.ทพ.๒๑๐๓) เพื่อร่วมกันสกัดจับ จนกระทั่งเมื่อรถยนต์ของผู้ต้องหาขับหลบหนีมาถึงบริเวณใกล้กับจุดกลับรถ บริเวณห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี เอ็ม เค เอ็นจิเนียริ่งกรุ๊ป ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถยนต์ขึ้นมาประกบคู่ขนานและส่งสัญญาณสั่งไห้หยุดรถอีกครั้ง แต่ด้วยความเร็วของรถยนต์คันดังกล่าวทำให้เกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดบูรณาการกำลังจึงให้เข้าปิดล้อมพื้นที่และให้ยุทธวิธีตำรวจในการควบคุมสถานการณ์รถหยุดที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมสั่งให้บุคคลที่อยู่ภายในรถเปิดประตูและก้าวลงมาจากรถ
โดยผู้ต้องหาทั้งสองยินยอมเปิดประตูออกมาด้วยความสงบ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวโดยไม่มีการใช้กำลังทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ตรวจสอบพบผู้ต้องหาที่ ๑ นายภาณุพงศ์ (นามสมมุติ) ชาวจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้ต้องหาที่ ๒ นายอภิวัฒน์ (นามสมมุติ) ชาวจังหวัดมุกดาหาร นั่งโดยสารมาทางเบาะหน้าฝั่งซ้ายมือ ตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีอายุ ๑๗ ปี ซึ่งเป็นเยาวชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ตรวจดูจนเป็นที่พอใจก่อนทำการตรวจค้นร่างกายตามหลักยุทธวิธี
ผลการตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามียาเสพติดให้โทษหรือสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์คันที่ใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่ จึงได้ซักถามและให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนยืนสังเกตการณ์พร้อมนำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถยนต์คันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งสิ้น ๑๘๓,๘๒๐ เม็ด บรรจุในกระสอบปุ๋ยสีเขียว ๑ ใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมด พร้อมรถยนต์คันดังกล่าวไว้พร้อมกระสอบปุ๋ยสีเขียวไว้เป็นของกลาง
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การยอมรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งจากผู้สั่งการให้เดินทางไปรับยาบ้าของกลางทั้งหมดมาจากบริเวณริมทางบ้านส้มป่อย ต.นาสีนวน เพื่อนำไปส่งมอบต่อตามคำสั่ง โดยตนมีหน้าที่ลำเลียงเท่านั้น และที่ต้องเร่งความเร็วขับรถหลบหนีเนื่องจากตกใจกลัวความผิดเพราะมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า "ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" และได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชน ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ให้ทราบครบถ้วน
ซึ่งในขณะเข้าทำการจับกุมนั้น ผู้ปกครองของผู้ต้องหาที่ 1 ได้โทรศัพท์เข้ามาพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งเรื่องการจับกุม สถานที่ควบคุมตัว และพฤติการณ์แห่งคดีให้ผู้ปกครองทราบในโอกาสแรกทันที จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางมายังที่ทำการชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร ต่อมาผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้งสองคนได้เดินทางมาถึงที่ทำการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย (ปัสสาวะ) ของผู้ต้องหาทั้งสองคนต่อหน้าผู้ปกครอง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองยินยอมให้ตรวจและผู้ปกครองได้ลงลายมือชื่อเป็นพยาน ผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ปรากฎผลเป็นลบ ทั้งสองคน และเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างน้ำปัสสาวะไปตรวจชันสูตรยืนยันผล ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร โดยผู้ต้องหาและผู้ปกครองรอฟังผลอยู่ ณ ที่ทำการชุดปราบปรามยาเสพติด ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหารได้รายงานผลการตรวจชันสูตรยืนยันเป็นลบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกายจริง สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสองที่ยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติดแต่อย่างใด
ตลอดการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องด้วยกล้องประจำตัว (ตั้งแต่เริ่มเข้าสกัดควบคุมตัวจนกระทั่งสั่งส่งมอบตัว ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และได้แจ้งข้อมูลการควบคุมตัวไปยังพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารและนายอำเภอเมืองมุกดาหารผ่านระบบศูนย์รับแจ้งการควบคุมตัวเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งตรวจสภาพร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด จากนั้นจึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม อ่านให้ฟังและให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมผู้ปกครอง ตรวจดูข้อความถูกต้องตรงกัน จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารตรวจสอบการจับกุมต่อไป
✍️ ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร /รายงานจากมุกดาหาร 081-0501177 รายงาน