บุรีรัมย์ รถไถรองนายกตัดหน้าสองผัวเมียขับ จยย. พุ่งชนสามีดับคาที่ถูกบ่ายเบี่ยง

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๑๕ ต.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

อำเภอแคนดง หญิงวัย 24 ปี ร้องสื่อหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับรถไถนาของรองนายกเทศบาล จนสามีเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองเจ็บสาหัสกระกะโหลกใบหน้าร้าว เลือดคลั่งสมอง แต่ตำรวจให้เป็นบาดเจ็บธรรมดา รองนายกท้าฟ้อง วันที่ 15 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ศุภาพิชญ์ หรือมิ้น กว่างกระโทก อายุ 24 ปี อยู่เลขที่ 297 หมู่ 2 บ้านสาวเอ้ ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทางการ น.ส.มิ้น เล่าว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สามีขี่รถจักรยานยนต์ไปรับตนซึ่งทำงานอยู่คลินิกฟันแห่งหนึ่งใน อ.คูเมือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตอนนั้นเวลาประมาณ 20.30 น.ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 3 กม.จากระทางทั้งหมด 8 กม.จากที่ทำงานถึงบ้านได้มีรถไถนาคันใหญ่ขับพุ่งออกมาจากข้างทางสามีพยายามหักหัวออกแต่ไม่ทันรถจักรยานยนต์พุ่งชนตรงผานไถ ตนกับสามีกระเด็นไปคนละทิศละทาง หลังจากนั้นไปรู้สึกตัวอีกทีอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังรู้สึกตัวก็ผ่านไปแล้ว 4 วัน เพราะถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลคูเมืองเนื่องจากอาการสาหัส และมาทราบว่าสามีได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและฌาปนกิจศพไปแล้ว ส่วนตัวเองหมอแจ้งว่ากะโหลกใบหน้าร้าวหลายจุด เลือดคลั่งในสมอง วันที่ 11 ก.ย.หมอให้กลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านได้ แต่ต้องใส่โครงเหล็กใบหน้าพูดไม่ได้ รวมรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 12 วัน ต่อมาวันที่ 6 ต.ค. พนักงานสอบสวน สภ.หินเหล็กไฟ ได้เรียกตนไปสอบตนก็ให้การไปตามความจริง แต่ตนสงสัยและยังงงกับความเห็นของพนักงานสอบสวน ที่ระบุว่าตนบาดเจ็บธรรมดาทั้งที่อาการของตนปางตาย ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว น.ส.มิ้น กล่าวด้วยว่าตนเองเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ที่มักจะเอื้อประโยชน์ให้กัน จึงมาร้องต่อสื่อให้สะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเงินเยียวยาที่ตนน่าจะได้รองนายกฯแจ้งว่า“ให้ไปฟ้องเอา” ภาพข่าว ภาพข่าว ขณะที่นาย พยน กว่างกระโทก อายุ ๔๕(ผู้ชายใส่เสื้อสีดำใส่หมวกเป็นพ่อ น.ส.มิ้น เล่าว่า คืนเกิดเหตุตนได้ไปดูสถานที่ด้วยตัวเอง เบื้องต้นไม่พบรถไถคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ชาวบ้านพอรู้ว่ารถไถคันดังกล่าวเป็นของใคร เวลาผ่านไป ๔ วัน ได้มีรองนายกอบต.แห่หนึ่งในอำเภอแคนดง ออกมารับว่าเป็นรถของตัวเองที่ไปประสบเหตุ พร้อมกับนำตัวนายทองใบ เชิญประโคน ตำแหน่งประธานสภา อบต.มารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถไถคันเกิดเหตุ สิ่งที่ตนเองสงสัยคือหลังเกิดเหตุทำไมคนขับรถไม่หยุดให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ขับรถหนีไป การมามอบตัวหลังจากเกิดเหตุได้ ๔ วัน ถือว่าเป็นการชนแล้วหนีหรือไม่ ซึ่งตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาดังกล่าว ส่วนตัวมองว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตนหรือไม่ อยากให้ทำคดีแบบตรงไปตรงมา ตอนนี้ลูกสาวได้เงินเยียวยาจาก พรบ.จากค่ารักษาตามจริงเท่านั้น แต่จะต้องมารักษาตัวเองอีกนานเพราะกระทบต่อใบหน้าซึ่งการรักษาต้องละเอียดอ่อน อยากให้ผู้รู้มาแนะนำการดำเนินการหลังจากนี้ ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ พงศ์ปวิทย์ กิจนิยม บุรีรัมย์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค