ชาวสวนลองกองลับแลอ่วม! ราคาดิ่งพฤกษ์ลงเหลือ ๑๐ บาท/กก. สวนทางต้นทุนพุ่ง วอนรัฐเร่งพยุงราคา ๑๕ บาทก่อนวิกฤตหนัก

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๐๔ ต.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ภาพข่าว วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ ​ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เจาะลึกสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ แหล่งปลูกไม้ผลสำคัญระดับประเทศ หลังได้รับร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกลองกองว่ากำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำเข้าขั้นวิกฤตหนักที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักและต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมภาพข่าว ​จากการสำรวจบรรยากาศบริเวณหน้าสวนและจุดรับซื้อผลไม้สำคัญ ๒ แห่งใหญ่ในพื้นที่ ได้แก่ ตลาดผลไม้สินค้าโอทอป เทศบาลตำบลหัวดง และ ตลาดผลไม้นานกกก พบว่าบรรยากาศ เกษตรกรที่นำลองกองมาจำหน่าราคาซื้อขายลองกองดิ่งลงมาเหลือเพียง กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำสุดในรอบหลายปี สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยเคมี สารบำรุงพืช ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง และที่สำคัญคือ ค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยว ซึ่งในพื้นที่ อ.ลับแล เป็นลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงชัน การขึ้นไปเก็บผลผลิตต้องใช้ความชำนาญสูงและมีค่าแรงสูงกว่าพื้นที่ราบปกติภาพข่าว ​เกษตรกรผู้ปลูกลองกองหลายรายเปิดเผยตรงกันว่า ราคาขายกิโลกรัมละ ๙–๑๐ บาทในขณะนี้ ไม่คุ้มค่ากับแรงกายและทุนทรัพย์ที่ลงไป เพียงแค่หักค่าจ้างคนเก็บผลผลิตและค่าน้ำมันขนส่งลงมาจากบนเขาก็แทบไม่เหลือเงินติดมือ ยังไม่รวมต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และการดูแลรักษาตลอดทั้งปีที่ผ่านมา จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาแทรกแซงและช่วยดันราคารับซื้อขึ้นมาอยู่ที่ อย่างน้อยกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ซึ่งถือเป็น "จุดคุ้มทุน" ที่จะช่วยให้เกษตรกรมีกำไรพอประคองอาชีพและดูแลครอบครัวต่อไปได้ ​ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลองกอง อ.ลับแล ได้ยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วนใน ๓ มาตรการหลัก ได้แก่: ​เร่งกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่: สนับสนุนด้านการขนส่งและยานพาหนะ เพื่อนำลองกองกระจายไปจำหน่ายยังห้างสรรพสินค้า ศูนย์ค้าส่ง และตลาดสดในต่างจังหวัดโดยเร็ว ​จับคู่ตลาดรองรับ (Business Matching): เชื่อมโยงภาคเอกชน ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และผู้ซื้อรายใหญ่ เปิดจุดจำหน่ายตรงส่งถึงมือผู้บริโภคโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางหลายต่อภาพข่าว ​พยุงราคาและชดเชยส่วนต่าง: กำหนดมาตรการพยุงราคาหรือชดเชยส่วนต่างเป็นการชั่วคราวก่อนจะสิ้นสุดฤดูกาลผลผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรต้องจำใจปล่อยให้ลองกองเน่าค้างคาต้น เนื่องจากไม่คุ้มค่าจ้างเก็บภาพข่าว ​ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหา โดยได้รับชี้แจงว่า ในเบื้องต้นได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือด่วนด้วยการประสานงานร่วมกับผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการรับซื้อจำนวน ๒๐ ราย เพื่อช่วยพยุงราคารับซื้อให้อยู่ที่ กิโลกรัมละ ๑๓ บาท ​อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติต่างพบปัญหาอุปสรรค เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้ลงพื้นที่เข้ามารับซื้อจริงตามที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้ ส่งผลให้การพยุงราคายังไม่ครอบคลุมและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งทางพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือมาตรการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินและหาทางออกร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ กาญจนา จำลองกาศ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค