/หลังจากเคยมี เจ้าของเต็นท์รถชื่อดังแห่งหนึ่งถูกฟ้องกว่า ๒๗๐ คดีทั้งฉ้อโกง ชิงทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุกกว่า ๓๑๘ ปีผ่านไปไม่นาน
ล่าสุดโผล่อีกเจ้าของเต้นรถอีกแห่งหนึ่งใช้วิธีลักษณะเดียวกันหลอกทั้งชาวบ้านที่มาซื้อรถและฝากรถขาย รวมถึงผู้ประกอบการเหมือนกันคาดเสียหายกว่า ๒๐ ล้านบาทแล้วปิดร้านหนี
วันที่ ๓ ต.ค.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหลายราย ว่าถูกเต้นรถมือสองแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลอกทั้งยืมเงิน และยืมรถแล้วเอาไปขาย ไม่นับเจ้าของเต้นรถเช่นเดียวกันที่ถูกหลอก รวมถึงผ่อนรถเสร็จแล้วไม่ได้ทะเบียน มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก
เต้นรถดังกล่าวใช้วิธีคล้ายกันกับเต็นท์รถแห่งหนึ่ง ที่เคยเป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ จ.บุรีรัมย์ ที่มีผู้เสียหายหลายร้อยคน มีผู้เสียหายมากกว่า ๕๐๐ ราย แต่เป็นคดีและส่งฟ้องศาลได้ประมาณ ๒๗๐ ราย ซึ่งเจ้าของเต้นรถรายนี้มีเสียงลือว่ามีผู้รู้กฎหมายอยู่เบื้องหลัง ทำให้คดีล่าช้าผ่านไปหลายปีกว่าจะส่งฟ้องศาลได้ สุดท้ายศาลตัดสินให้ผู้ร่วมกระบวนการมีเจ้าของเต็นท์รถ ภรรยาและลูกน้อง เจ้าของเต็นท์โดนศาลสั่งจำคุกนานถึง ๓๑๘ ปี
ล่าสุดเจ้าของเต้นรถที่ อ.บ้านกรวด ใช้วิธีในลักษณะเดียวกันคือซื้อรถไม่ได้ทะเบียน ขายรถไม่ได้เงิน ยืมทั้งเงินและรถของชาวบ้านมาขาย ยืมเงินของชาวบ้านมาลงทุนอ้างได้กำไรงาม สุดท้ายไม่ได้เงิน
นายชนนน อรัญโสตค อายุ ๕๑ ปี ชาว อ.บ้านกรวด เล่าว่าตอนแรกเจ้าของเต็นท์มาขอกู้ยืมเงินตนไปจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท โดยเอารถกระบะมาจอดค้ำประกัน แต่ไม่นานมาบอกว่าลูกค้ามาดูรถจะเอารถไปให้ลูกค้าดูและแจ้งว่าขายไปแล้ว แต่เงินตนยังไม่ได้คืน ไม่นานเจ้าของเต็นท์มาอีกขอเงินเพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ ตนก็ให้อีกรวมถึงเงินที่ให้ยืมอีกหลายครั้ง แต่ไม่ได้เงินบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดตอนนี้ผ่านไปกว่า ๒ ปีตนไม่เคยได้เงินคืน ตอนนี้ตนเป็นหนี้กว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท
ด้านนายณัฐวุฒิ นาคสุวรรณ อายุ ๔๖ ปี เจ้าของร้านออโต้ซิ่ง ได้ออกมาระบุว่า ตนรู้จักเจ้าของเต็นท์รายนี้ดี มาขอเอารถฟอร์จูนเนอร์ของตนไปให้ลูกค้าดู ๒ คันมูลค่าประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ตนก็ให้ไป
แต่เวลาผ่านไปกลับไม่ได้รับคำตอบบอกว่ารถยังไม่ได้ขาย ตนจึงไปเช็คที่สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่ารถคันหนึ่งได้เปลี่ยนชื่อไปเป็นคนอื่นแล้วคือการขายให้กับลูกค้าไปแล้ว
สาเหตุที่เอารถไปโอนได้เพราะตนให้เล่มจริงไปแต่ไม่ให้ชุดโอนไปคิดว่าจะไม่กล้าปลอมเอกสารตนขนาดนั้น ส่วนอีกคันยังไม่ได้โอนแต่ไม่เห็นรถแล้วเพราะเต็นท์ได้ปิดตัวลงไป ตอนนี้ตนได้แจ้งความกล่าวหายักยอกทรัพย์และปลอมและใช้เอกสารปลอม หลังจากตนเอาไปโพสต์ทางเฟสบุ๊คปรากฏว่ามีคนโทรมากว่า ๒๐ รายว่าโดนลักษณะนี้เหมือนกันยังไม่นับที่ยังไม่ทราบข่าว เบื้องต้นคาดว่ามีผู้เสียหายรวมกันไม่น้อยกว่า ๒๐ ล้านบาท
✍️ พงศ์ปวิทย์ กิจนิยม บุรีรัมย์ รายงาน