เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลท้ายเกาะ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พบว่าหลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขังสูง ประชาชนต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดหลบภัยไว้บริเวณริมถนน ขณะที่การสัญจรเข้าออกบ้านเรือนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องเดินลุยน้ำ รวมถึงใช้เรือและแผ่นโฟมเป็นพาหนะในการเดินทาง
สถานการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีฝนตกหนักติดต่อกันนาน ๕-๖ วัน ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยาได้เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีอัตราการระบายน้ำสูงถึง ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองและแม่น้ำที่สูงขึ้นทำให้น้ำภายในหมู่บ้านระบายออกไม่ทัน ชาวบ้านต้องนำรถมาจอดบนพื้นที่สูงและริมถนน ขณะที่หลายหมู่บ้านต้องเร่งเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
จากการสอบถาม นางสุรินทา พระคุณ อายุ ๓๗ ปี ชาวบ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลท้ายเกาะ ซึ่งกำลังเร่งขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ เปิดเผยว่า น้ำเพิ่งเริ่มเอ่อท่วมมาได้ประมาณ ๒ วัน โดยก่อนหน้านี้พื้นบ้านยังแห้งสนิท แต่เมื่อวานนี้น้ำได้ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วรวดเดียว ซึ่งผิดปกติจากทุกปีที่มักจะเป็นลักษณะน้ำขึ้นและน้ำลงสลับกันไป แต่ปีนี้น้ำขึ้นแล้วไม่ยอมลดระดับลง ซ้ำยังเพิ่มระดับสูงมากจนเก็บของและนำรถออกไม่ทัน
นางสุรินทา กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะน้ำท่วมในปีนี้ผิดวิสัยจากหลายปีที่ผ่านมา อย่างปีที่แล้วชาวบ้านยังมีเวลาทยอยเก็บของได้ทัน แต่ปีนี้น้ำขึ้นรวดเดียวไม่ลดลง ภายในเวลาเพียง ๒-๓ ชั่วโมงระดับน้ำก็สูงถึงหัวเข่า โดยน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้ามาอย่างหนักในช่วงหัวค่ำ ทั้งที่เมื่อเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. พื้นบ้านยังคงแห้งเป็นปกติ
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน