.
วันนี้ (๒๗ ก.ย. ๖๙) เวลา ๑๓.๐๐ น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางเพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปภ. ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม บก.ปภ.ช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ๗๖ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
.
ในการนี้ จังหวัดร้อยเอ็ดนำโดย นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ,นางสุทิวา ปิ่นเจริญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษรักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด, นายศักรินทร์ สวาทนา ป้องกันจังหวัดร้อยเอ็ด, เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด
.
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเน้นย้ำสิ่งสำคัญของการบรรเทาสาธารณภัย คือ "การให้บริการและช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง" ทั้งด้านที่พักอาศัย สถานที่พักพิง อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน
.
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับส่วนราชการและนายอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจตราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใช้เครือข่ายในพื้นที่ร่วมทำงาน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรและและเครื่องจักรกล ยานพาหนะที่มีอยู่ลงไปในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัย เพื่อ "ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นกรณีที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา" โดยหากพื้นที่จังหวัดใดเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้มีการประสานงานกับกรมบัญชีกลางแล้วว่า หากเป็นกรณีมีความร้ายแรงที่จำเป็นต้องขอขยายวงเงินทดรองราชการ ให้รีบแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งดำเนินการ
.
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป จะมีระบบ "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" มาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา จึงให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเตรียมการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มศักยภาพที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานและเจตนารมณ์ที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้
.
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้เน้นย้ำอย่างหนักแน่นถึง "ความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การแจกจ่ายอาหารกล่องจะต้องมีคุณภาพดี ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม" นอกจากนี้ เรื่องระบบการแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast) ข้อความแจ้งเตือนต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสารตรงไปตรงมาว่า พื้นที่ใดมีน้ำท่วมและประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร และสร้างความเข้าใจผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า "หากดำเนินการด้วยความสุจริตและมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือประชาชน" ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะพิจารณาตรวจสอบโดยดูที่เจตนาเป็นหลัก
✍️ สมนึก บุญศรี/ร้อยเอ็ด/ข่าว รายงาน