เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมเขื่อนสะพานแดง เพื่อติดตามการระบายน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ ๑,๗๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน
ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้เร่งประสานไปยังกรมชลประทานเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำ ณ ประตูน้ำรังสิตใต้ พร้อมเดินหน้าสูบน้ำออกจากคลองสาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ เช่น หมู่บ้านวรารักษ์ หมู่บ้านรินทร์ทอง และหมู่บ้านธารารินทร์ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เขตนครรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียงเผชิญกับปริมาณฝนตกหนักสะสมสูงถึง ๑๓๐ มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และการระบายน้ำผ่านท่อระบายปกติเป็นไปอย่างล่าช้า
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักหลังเที่ยงคืนได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในเขตนครรังสิต คลองหลวง ลำสามแก้ว คูคต และลาดสวาย ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะนี้ได้สั่งการระดมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด รวมทั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เข้าเร่งระบายน้ำออกจากหมู่บ้านและจุดเสี่ยงต่างๆ อาทิ ซอยรังสิต-ปทุมธานี ๘ และ ๑๐ ในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์และคลองสามให้เร็วที่สุด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และขอให้ประชาชนอย่าประมาท
ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลเมืองลำสามแก้วเริ่มมีความตึงเครียด หลังหลายชุมชนมีน้ำเอ่อท่วมขัง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านรินทร์ทอง ซึ่งปริมาณน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่บางส่วนแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งเข้าช่วยเหลือและประสานการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน
ทางด้าน ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ กล่าวเตือนภัยประชาชนว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ จะยังมีปริมาณฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ช่วงวันที่ ๒๕–๒๗ กันยายนนี้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งในเขตนครรังสิต ลำสามแก้ว และพื้นที่รอบข้าง ปักธงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เร่งเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน อุปกรณ์ไฟฟ้า และยานพาหนะไปจอดในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน