ชายแดนไทย กัมพูชากลับมาตึงเครียด เนิน ๔๕๐ ถูกจับตา ทหารเขมรขุดคูเลต-วางลวดหนาม ขณะที่ชาวบ้านชายแดนบุรีรัมย์ ยอมรับกังวล หวั่นสถานการณ์บานปลายถึงขั้นปะทะรอบ๓ บางรายถึงขั้น ทำความสะอาดบังเกอร์เตรียมพร้อม ส่วนแม่ค้าชายแดนโอดเศรษฐกิจซบเซา ขายของไม่ได้ จนต้องหลบเจ้าหนี้รายวัน
วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ ความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณ “เนิน ๔๕๐” พื้นที่ช่องกระโดน/ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีข้อมูลว่ามีการขุดคูเลตและวางลวดหนามหีบเพลงตามแนวพื้นที่ จนเกิดข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเตรียมแนวป้องกันและเพิ่มความพร้อมของกำลังพล ท่ามกลางความกังวลของประชาชนตามแนวชายแดน ช่วงบ่ายวันที่ ๑๕ กันยายนที่ผ่านมา นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงสถานการณ์บริเวณเนิน ๔๕๐ ว่า ทหารไทยเข้ากดดันทหารกัมพูชา จนอีกฝ่ายขอเจรจา และมีการพูดคุยเรื่องการกลบคูเลตที่เพิ่งขุดขึ้น ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวได้โพสต์อัปเดตสถานการณ์อีกครั้ง โดยระบุว่า บริเวณเนิน ๔๕๐ ยังคงมีความตึงเครียด แม้ทหารกัมพูชาจะมีท่าทีอ่อนลงหลังฝ่ายไทยกดดันให้กลบคูเลต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเพิ่มกำลังและรุกกลับในช่วงกลางคืน
กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ได้มีการโพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์เพิ่มเติม โดยระบุว่า ต้องติดตามว่าทหารกัมพูชาจะดำเนินการกลบคูเลตที่เพิ่งขุดบริเวณเนิน ๔๕๐ ตามที่มีการเจรจาไว้หรือไม่ หลังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาตกลง แต่ขอเริ่มดำเนินการในวันนี้ ขณะที่มีกระแสข่าวว่าผู้นำทหารกัมพูชาบางส่วนไม่เห็นด้วย
ด้าน นางคาวุธ บุ้งต่อบัว อายุ ๗๐ ปี ชาวบ้านตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวความตึงเครียดของกำลังทหารทั้งสองฝ่ายบริเวณชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่เนิน ๔๕๐ ซึ่งอยู่บริเวณช่องสะงำ/ช่องกระโดน อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ยอมรับว่ารู้สึกกังวล หากสถานการณ์นำไปสู่การปะทะรอบที่ ๓
นางคาวุธ ยังกล่าวว่า อยากฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้รัฐบาลจัดการปัญหาอย่างชัดเจน ไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะประชาชนตามแนวชายแดนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำความสะอาดบังเกอร์บริเวณบ้านเตรียมไว้แล้ว หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง
ขณะที่ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ ๔๕ ปี (เบลอหน้า) แม่ค้าร้านขายของชำในตำบลจันทบเพชร กล่าวว่า ช่วงนี้บรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ชายแดนค่อนข้างซบเซา ไม่คึกคักเหมือนช่วงปกติ หากสถานการณ์มีปัญหาจริง อยากให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางยุติให้ชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติ และไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง
นางเอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตนเองได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างมาก จนต้องประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน และยังต้องหลบเจ้าหนี้รายวัน เนื่องจากไม่มีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้
✍️ พงศ์ปวิทย์ ซัน บุรีรัมย์ รายงาน