๒ กันยายน ๒๕๖๙ จากการที่ กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศลดระยะเวลาการพำนักโดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวจากกว่า ๖๐ ประเทศและดินแดน เหลือเพียง ๓๐ วัน จาก ๖๐ วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๐๒๖ ทำให้ภาคท่องเที่ยวภาคเหนือ เกรงว่าจะกระทบกับอุตสหกรรมท่องเที่ยวและพฤติกรรมการใช้จ่ายกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาว ช่น นักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกาเหนือ หรือกลุ่มผู้เกษียณอายุที่นิยมหนีหนาวมาพำนัก ๑ ถึง ๒ เดือน จากเดิมมักใช้สัปดาห์แรกๆ ในเมืองหลักอย่างเชียงใหม่หรือเชียงราย ก่อนจะกระจายตัวออกไปท่องเที่ยวแบบ Slow Life ในเมืองรอง เช่น แม่ฮ่องสอน (ปาย แม่สะเรียง) ลำปาง พะเยา และน่าน เมื่อกรอบเวลาบีบเหลือเพียง ๓๐ วัน นักท่องเที่ยวมักเลือกตัดโปรแกรมท่องเที่ยวเมืองรองทิ้ง ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดรองชะลอตัวลง
" style="max-width:100%; height:auto;" alt="ภาพข่าว" />
นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากการที่ลดระยะวีซ่าของนักท่องเที่ยว จาก ๖๐ วันเหลือ๓๐ วัน กระทบการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนแน่นอน เนื่องจากว่า กาเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปนั้นเข้ามาในประเทศแล้ว ส่วนใหญ่จะลงไปทางใต้ เช่น ภูเก็ต กระบี่ เกาะพี และพงัน อน่างน้อย ๒ สัปดาห์ หรือ เป็นเดือน และขึ้นมาทางเหลือและเข้ามาเที่ยวที่ปาย และอยู่ปาย ๑อาทิตย์หรือเป็นเดือน ซึ่ง ถ้าหากว่า เมื่อหมดวีซ่า ๓๐ วันแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถทำการต่อวีซ่าจาก ทาง ตรวจคนเข้าเมืองในจังหวัดนั้น อีก ๓๐ วันได้ก็จะเป็นการดี กับนักท่องเที่ยว และนกจากนั้น ประเทศใดที่ทางการไทยลดวีซ่าลง รัฐบาลจะต้องทำกาประชาสัมพันธ์ ให้กับท่องเที่ยวให้รับรู้ด้วยว่า วีซ่าจะใช้ได้แบบไหน นักท่องเที่ยวจะได้มีการวางแผนก่อนการเดินทางได้
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน รายงาน