สุราษฎร์ธานี – เหตุการณ์สะเทือนใจกลางดึก เมื่อชายวัย ๗๓ ปี ถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพัก โดยผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของผู้ตายเอง ปมเหตุเริ่มจากเรื่องในครอบครัวและการโต้เถียง ก่อนสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุสลดที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อช่วงค่ำวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๙ ร.ต.อ.นพรัตน์ พรรณรังสี ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ ๒๗ หมู่ ๘ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบร่าง นายสมพงษ์ พรหมรักษา อายุ ๗๓ ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดภายในบ้าน ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายพิเชษ หรือ “กุ้ง” อายุ ๔๓ ปี ลูกชายแท้ ๆ ของผู้ตาย หลังทำ “ปิตุฆาต” ได้ขับรถกระบะหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านนาสาร เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพิเชษมีปากเสียงกับมารดาเกี่ยวกับเรื่องการปิดไฟฟ้าภายในบ้าน โดยนายพิเชษมีการสบถถ้อยคำหยาบคายใส่แม่ จนผู้เป็นพ่อเข้ามาตักเตือน พร้อมกล่าวในทำนองว่า การพูดจาหยาบคายกับแม่เป็นบาปและอาจต้องตกนรก
แต่คำตักเตือนของผู้เป็นพ่อกลับกลายเป็นชนวนให้เกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย นายพิเชษใช้อาวุธปืนยิบงพ่อแท้ๆของตัวเองเข้าบริเวณศีรษะจนเสียชีวิตคาที่จากนั่นได้ขับรถหลบหนีออกจากบ้าน ต่อมาเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับกุมนายพิเชษได้ ขณะขับรถกระบะหลบหนีผ่านพื้นที่ ต.ควนสุบรรณ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนควบคุมตัวส่ง สภ.เวียงสระ เพื่อสอบสวนถึงมูลเหตุในการตัดสินใจกระทำการอย่างโหดเหี้ยมกับพ่อของตัวเอง
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเหตุสลดที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งภายในครอบครัว เพียงคำพูดหรือปัญหาเล็ก ๆ หากไม่สามารถควบคุมอารมณ์และยับยั้งชั่งใจได้ อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนกลับ และเปลี่ยนความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไปตลอดชีวิตทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
✍️ ข่าว สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน