อำเภอเมือง เกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนรถ จยย.”จ่าเข้ม”ทหารค่าย ร ๒๓ พัน ๔ ขณะออกจากค่ายจะไปซื้อกับข้าวเสียชีวิตคาที่ ชบ.เสียดาย เสียใจ ”จ่าเข้ม”รอดชีวิตจากการสู้รบกับทหารเขมรมาถึง ๒ สนาม และมีแพลนจะแต่งงาน แต่มาตายแบบง่ายๆ ขณะคนขับรถเป็นถึงศึกษานิเทศน์ชำนาญการพิเศษ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปแล้วย้อนกลับมามอบตัวอ้างตกใจ
วันนี้ ๒๓ มิ.ย.๒๕๖๙ เมื่อเวลา ๒๑.๓๐ น.(๒๒ มิ.ย.) พ.ต.ท.จันทร์ติ วรรณูปถัมภ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ อ. เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าค่ายทหาร ร.๒๓ พัน ๔ คาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์
ที่เหตุเกิดเป็นถนนสายบุรีรัมย์-ปะโคนชัย หน้าค่ายทหาร ร. ๒๓ พัน ๔ ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ เลขทะเบียน ๒กช ๒๕๕๕ สุรินทร์ ล้มอยู่ข้างถนน สภาพรถได้รับความเสียหาย
บริเวณเกาะกลางถนนเยื้องประตูหน้าค่ายไปประมาณ ๓๐ เมตรพบศพ จ.ส.อ.นภัสกร หรือจ่าเข้ม สมมุติรัมย์ อายุ ๓๖ ปี เป็นทหารสังกัดค่าย ร.๒๓ พัน ๔ นอนเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้าใส่เสื้อยืดทหาร กางเกงขาสั้น ขาผิดรูป ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบแผ่นป้ายทะเบียนรถหมายเลข บธ ๕๑๒๗ บุรีรัมย์หล่นอยู่ ๑ แผ่น
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน บธ๕๑๒๗ บุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับแผ่นป้ายที่หล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพรถด้านหน้าพังยับเยินคาดว่ากำลังขับหลบหนีแต่รถไปต่อไม่ได้
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ๒ จุดพบว่า”จ่าเข้ม”ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ ออกจากค่ายจะข้ามถนน ๔ เล่นไปอีกฝั่ง ทันใดนั้นได้มีรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วแล้วพุ่งชนอย่างจังจนร่างกระเด็น
นาง วิภารัตน์ เพ็งพันสี อายุ ๔๓ ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าที่เกิดเหตุเป็นหน้าบ้านของตนเอง ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นใครที่ถูกชนพอได้ยินเสียงแล้ววิ่งออกมาดูพบว่าเป็นจ่าเข้าที่ชาวบ้านแถวนี้รู้จักกันดี เพราะเป็นทหารที่ออกไปรบกับเขมรถึง ๒ รอบ
จ่าเข้มเป็นคนนิสัยดี ทักทายชาวบ้านอยู่หน้าค่ายเป็นประจำ รู้สึกเสียดายที่”จ่าเข้ม”รับใช้ชาติไปรบกับศัตรูถึง ๒ สนาม ไม่เป็นอะไรและทราบข่าวว่า”จ่าเข้มมีแพลนที่จะแต่งงานกับแฟนสาว แต่มาเสียชีวิตแบบง่ายๆบนท้องถนน
ในเวลาต่อมา ได้มีคนขับรถกระบะเดินทางมามอบตัว ทราบชื่อต่อมานายทัศวิน โขรัมย์ เป็นศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษสังกัด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)บุรีรัมย์
โดยนายทัศวิน ให้การกับ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ว่า ไม่ได้คิดจะหลบหนีแต่เกิดความตกใจจึงขับรถออกไป พอมาตั้งสติได้จึงย้อนกลับมามอบตัวดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ได้ค่าปกติคือไม่มีการดื่มสุรามาก่อน
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาชนแล้วหนี(ไม่หยุดรถช่วยเหลือและไม่แสดงตัว)เอาไว้ก่อน
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน