วันนี้ ๒๒ มิ.ย.๖๙ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษตร. , พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.๓ , พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.ภ.๓/รับผิดชอบ ศอ.ปส.(ยาเสพติด), นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ , นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำนโยบายรัฐบาลมากำหนดเป็นแนวทาง สำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในทุก พื้นที่อย่างต่อเนื่อง วันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตํารวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การ อํานวยการของ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ , พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จว. สุรินทร์ , พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ และ พ.ต.อ.จักริน อุ่นดี ผกก.ตชด.๒๑ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจับกุมเครือข่าย ยาเสพติด และขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ที่ให้การสนับสนุนหรือเกี่ยวข้อง
โดยที่เกิดเหตุจับกุม บริเวณริมถนนหมายเลข ๒๒๖ ใกล้ห้างโรบินสันสาขาสุรินทร์ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และบริเวณหน้าวัดจำปา ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ - ๐๓.๓๐ นาฬิกา ต่อเนื่องกัน ซึ่งจับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๒ คน ได้แก่
๑. นายกฤษฎา หรือ “เจมส์” นามวงศ์ อายุ ๒๗ ปี ชาวอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
๒. นายณัฐนนท์ หรือ “ตี๋” แซ่ลิ้ม อายุ ๒๑ ปี ชาวอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
พร้อมของกลางของกลางคือ
๑. ยาบ้า ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ เม็ด
๒. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า แบบแค็บ ๒ ประตู สีน้ำตาลไหม้
โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง ๒ ว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการนักค้ายาเสพติดรายสำคัญลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยนัดหมายส่งมอบกันบริเวณใกล้ห้างโรบินสัน สาขาสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และเตรียมสกัดจับบริเวณโดยรอบต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะของกลางขับมาจอดบริเวณใกล้ห้างโรบินสัน สาขาสุรินทร์
จากนั้นพบผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน ลงจากรถ และนำกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน ๓ กระสอบ จากในแค็บรถยนต์ มาวางไว้บริเวณปากซอยใกล้ห้างโรบินสันฯ ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารล้านช้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมเมื่อผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขับรถยนต์กระบะของกลางหลบหนีออกจากบริเวณดังกล่าว เข้ามาทางถนนหลักเมือง มุ่งหน้าบริเวณหน้าวัดจำปา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงขับรถติดตามและสามารถติดตามทันบริเวณหน้าวัดจำปา ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จอดรถขวางเพื่อสกัดรถยนต์กระบะของกลางไว้ ขณะเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ขัดขืนและพยายามหลบหนี โดยผู้ขับขี่ได้ขับรถถอยหลังเพื่อพยายามหลบหนีการสกัดจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะของกลางถอยชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคันหนึ่งซึ่งติดตามประกบอยู่ด้านท้าย ทำให้ผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน ไม่สามารถขับรถหลบหนีต่อไปได้ จึงลงจากรถและพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง ๒ คน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ภายในกระสอบถุงปุ๋ยจำนวน ๓ กระสอบ อยู่ภายในรถยนต์กระบะของกลาง
จากการสอบถามและตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะของกลางคือนาย “เจมส์” ผู้ต้องหาที่ ๑ ส่วนนาย “ตี๋” ผู้ต้องหาที่ ๒ เป็นผู้นั่งโดยสารมาด้วย และมีพฤติการณ์ต่อสู้ขัดขืนพยายามหลบหนีการจับกุม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติอีกส่วนหนึ่งได้เข้าตรวจสอบกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน ๓ กระสอบ ซึ่งผู้ต้องหานำไปทิ้งไว้บริเวณปากซอยใกล้ห้างโรบินสันฯ พบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน พร้อมของกลางและรถยนต์กระบะที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดมายัง สภ.เมืองสุรินทรจากการตรวจนับเบื้องต้นพบว่า ของกลางดังกล่าวเป็นยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน ทราบ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เพิ่มเติม ผู้ต้องหา ๒คนนี้ติดพนันไก่ชนและบั้งไฟ ที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เสียวันละ ๔๐,๐๐๐ บาท จึงผันตัวมาเป็นนักบิน
ขณะที่ สภ.เมืองสุรินทร์ อยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการ ตลอดจนดำเนินการตามมาตรการสมคบและมาตรการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน