อำเภอบ้านด่าน ชาวบ้านต่างโล่งอก หลังตำรวจภูธรจังหวัดเข้าจับกุมมือฆ่ายาย ๗๖ ปีได้ ชาวบ้านเผยปัญหายาเสพติดยังระบาดในพื้นที่อีกเยอะแต่ไม่มีตำรวจไปจับกุมได้ ส่วนใหญ่จับแล้วปล่อยชาวบ้านรู้กันเพราะเป็นหมาตำรวจ ลูกชายคนโตขอบคุณชุดภูธรจังหวัดที่สามารถที่ช่วยคลี่คลายคดีได้ มิเช่นนั้นอาจจะกลายเป็นแพะได้
วันที่ ๑๐ มิ.ย.๒๕๖๙ คดีนางน้อย อายุ ๗๖ ปี ชาว ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกคนร้ายใช้ของมีดแทงบริเวณหน้าอกรวม ๓ แผล เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน เหตุเกิดเมื่อเวลา ๑๒.๐๐ น.ของวันที่ ๗ มิ.ย.ที่ผ่านมา คดีซึ่งน่าจะง่ายแต่กลับกลายเป็นคดียาก หลังจากตำรวจ สภ.บ้านด่าน พยายามค้นหาฆาตกร แต่กลับคว้าน้ำเหลวหลายครั้ง
โดยครั้งแรกสงสัยเพื่อลูกชายผู้เสียชีวิตที่เข้ามาเอาลำโพงบลูทูธ ที่ลูกชายผู้ตายยืมมา หลังจากเสร็จงานฌาปนกิจศพของลูกชายอีกคนหนึ่งของนางน้อย ผู้ตาย เมื่อวันที่ ๕ มิ.ย.เนื่องจากผู้ตายได้เงินจากที่ลูกสาวส่งมาให้จากต่างประเทศ ๗๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าจัดงานศพให้ลูกชายนางน้อย แต่ไม่สามารถสาวไปถึงได้
ในเวลาต่อมาตำรวจ สภ.บ้านด่าน เข้าควบคุมตัวนายอ้วน อายุ ๕๖ ปี ลูกชายคนโตของผู้ตายกลางงานศพ อ้างว่าเคยมีเรื่องทะเลาะกันเรื่องการขอเงินไปซื้อเหล้าซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ นำตัวมาสอบสวนนาน ๓ ชม.แต่ไม่พบหลักฐานแล้วปล่อยตัวมา
สุดท้ายตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถแกะรอยได้ ก่อนเข้าควบคุมตัวนายวิระชัย หรือแน็ค อายุ ๑๙ ปี มาสอบสวนจนกระทั่งรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
การทำงานของตำรวจ สภ.บ้านด่าน ในห้วง ๓-๔ วันหลังเกิดเหตุ กลายเป็นการสร้างแผลในใจให้กับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะนายอ้วน แซ่อึง อายุ ๕๖ ปี ลูกชายคนโตของนางน้อย ผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะหลังจากถูกนำตัวไปสอบสวน ชาวเน็ตต่างออกมาประณาม ว่าเป็นลูกเนรคุณต่างสาปแช่งทั้งที่กระบวนการยังเสร็จสิ้น
นายอ้วน เล่าว่า หลังจากตำรวจนำตัวตนไปสอบสวน ทั้งชาวบ้านและชาวเน็ตต่างรุมด่าตนจนแทบไม่มีที่ยืน เดินไปหมู่บ้านชาวบ้านไม่ทัก ไม่ถาม อีกทั้งทำตัวรังเกียจตนอย่างเห็นได้ชัด
ตนยอมรับในกระบวนการการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การมาควบคุมตัวตนขณะที่อยู่ในงานศพแม่ต่อหน้าผู้คนเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาพพจน์ของตนเสียไปในทันที จริงแล้วตำรวจน่าจะโทรศัพท์หรือประสานมาให้ตนเดินทางไปหาก็ได้ ถึงเวลานี้ต้องขอขอบคุณตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดที่มาล้างมลทินให้กับตนได้เพราะหากไม่มีตำรวจชุดใหญ่มา ตนอาจจะกลายเป็นแพะก็ได้
ด้านนายบุญเลิศ มหามาศ อายุ๖๘ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า จริงแล้วคนเสพยาและคนหลอนยามีเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีตำรวจเข้าไปจัดการ ส่วนใหญ่จับมาแล้วปล่อย ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า”หมาตำรวจ”แล้วยาเสพติดก็ยังระบาดเหมือนเดิม อยากให้มีการแก้ไขกันอย่างจริงจังทั้งระบบ
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน