ปทุมธานี ผบช.ภ.๑ แถลงรวบหนุ่มเมียนมาสุดเหี้ยมค้อนทุบหัวฆ่าเพื่อนร่วมชาติ ๑๕ แผล หมกบ้านพักลาดหลุมแก้ว

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๐๙ มิ.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: crime-news

ภาพข่าว   เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๑ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.๑, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.๑, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.๑, พ.ต.อ.หฤษฏ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว และ พ.ต.อ.นัฏฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.๒ บก.สส.ภ.๑ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายไน เลน อายุ ๕๐ ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา"   คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลาประมาณ ๒๓.๓๘ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ภัยหน้าไม้ ว่ามีเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักไม่มีเลขที่ ด้านหลังมูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม หมู่ ๓ ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จึงได้ประสานแพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมตรวจสอบเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพ นางตินนวย มาวิน (ซินดี้) อายุ ๔๓ ปี สัญชาติเมียนมา นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นภายในห้องนอน สภาพศพบริเวณศีรษะถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมจำนวน ๑๕ แผล จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบค้อนตอกตะปูและมีดปลายแหลมถูกซ่อนไว้ในถังน้ำภายในห้องน้ำ นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายถูกซ่อนไว้ในหม้อหุงข้าวที่วางอยู่ภายในตู้กับข้าวในห้องครัว และพบรอยหยดเลือดบนพื้นครัว จึงได้จัดเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวน นายเอฟาโดรา หรือเอฟ บุตรชายของผู้ตาย ให้การว่า เมื่อประมาณ ๑๐ วันก่อนเกิดเหตุ ได้มีเพื่อนชายชาวเมียนมาของผู้ตายมาขออาศัยอยู่ด้วย จนกระทั่งวันเกิดเหตุ (๖ มิ.ย.) เวลาประมาณ ๑๐.๔๙ น. ตนได้ออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ ปล่อยให้ผู้ตายอยู่กับชายชาวเมียนมาเพียง ๒ คน ช่วงพักเที่ยงตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อหามารดาแต่ไม่มีผู้รับสาย กระทั่งเวลา ๒๓.๐๗ น. ตนเลิกงานกลับมาถึงบ้าน จึงพบว่ามารดาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในห้องนอน ส่วนเพื่อนชายชาวเมียนมาได้หายตัวไป จึงรีบโทรสายด่วน ๑๖๖๙ เพื่อขอความช่วยเหลือ   ทางด้านชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๕๘ น. ของวันเกิดเหตุ ชายชาวเมียนมาต้องสงสัยได้เดินเท้าออกจากบ้านเกิดเหตุมาตามเส้นทางซึ่งมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว โดยเดินผ่านกล้องวงจรปิดบริเวณมูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลามด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน มีพิรุธน่าสงสัย สวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า และในมือถือถุงพลาสติกสีขาวขุ่น จากนั้นคนร้ายได้เดินเท้าไปตามถนนสาย ๓๔๐ (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) มุ่งหน้าไปทางจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนที่กล้องวงจรปิดจะจับภาพได้อีกครั้งขณะที่คนร้ายลงจากรถแท็กซี่สีขาว-เหลือง บริเวณแยกนพวงศ์ แล้วเดินเท้าหลบหนีต่อไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด เพื่อนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค