ศรีสะเกษ ชาวบ้านปลื้ม โครงการไทยช่วยไทย พลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพได้จริง ขณะที่ ปชช. อยากให้มีโครงการแบบนี้ไปนานๆ ขอเพียงว่า รัฐบาล อย่าสร้างหนี้เยอะก็พอ

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๐๒ มิ.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: social-news

ภาพข่าว เมื่อวันที่ ๒ มิ.ย. ๒๕๖๙ ผู้สื่อขาวรายงานว่า หลังจากที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (๖๐/๔๐) ได้เริ่มโครงการขึ้นเป็นวันที่สอง ส่งผลทำให้พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงชาวบ้าน ผู้บริโภค ต่างตื่นตัวแห่ใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก เพราะเป็นผลดีในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้จริง และยังช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับพ่อค้า แม่ค้ารายย่อย รวมถึงช่วยหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจระดับฐานรากได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่แผงขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ “เจ๊โบว์ ซุปเปอร์บิ๊ก” ภายในปั้มน้ำมันบางจาก สาขาสะพานขาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ มีประชาชนแห่มาซื้อทุเรียนภูเขาไฟกันอย่างคึกคัก ทั้งซื้อเพื่อรับประทานเอง และซื้อเพื่อเป็นของฝากส่งไปยังต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยทางร้านมีบริการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางช่องทางเฟสบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ “ฑิตยา บุญพามี” และทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๙-๓๔๙๗-๖๐๒๐ ซึ่งทุกคนต่างบอกตรงกันว่า โครงการดังกล่าว มาได้จังหวะเวลาพอดี ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสทุเรียนภูเขาไฟได้ในราคาประหยัด และเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี นางรำไพ ผ่องแผ้ว อายุ ๖๘ ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า โครงการนี้มาแล้วรู้สึกโอเคมาก ดีกว่าไม่มี ชาวบ้านบางคนก็ไม่มีโอกาสได้กินเลย เพราะราคาแพง ไม่มีเงินซื้อ และไม่กล้าซื้อ แต่พอโครงการนี้มา ชาวบ้านได้มีโอกาสได้กินของดีๆ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ดีทุกอย่างสำหรับประชาชน และอยากให้มีโครงการแบบนี้ต่อไปนานๆ แต่ก็เป็นห่วงแค่เพียงว่า อย่าให้ประชาชนเป็นหนี้เยอะ อย่าทำให้ยอดหนี้ของประเทศต่อรายหัวของประชาชนพุ่งสูงมากจนเกินไป ถ้ารัฐบาลไม่สร้างหนี้เยอะ ประชาชนเขาชอบอยู่แล้ว เพราะสามารถลดค่าครองชีพได้จริง อยากฝากถึงรัฐบาล ให้ช่วยดูแลประชาชน ทั้งในเรื่อง ค่าน้ำ ค่าไฟ และราคาน้ำมัน รวมถึงสาธารณปโภคของประชาชน อย่าให้พุ่งขึ้นสูงมาก เพราะจะทำให้ประชาชนเดือนดร้อน แต่ในช่วงนี้ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้นมาก ไปร้านไหนก็คนแน่น คึกคักทุกร้าน พอใจมาก ส่วนทางด้าน น.ส.ฑิตยา บุญพามี อายุ ๓๐ ปี เจ้าของแผงทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ “เจ๊โบว์ ซุปเปอร์บิ๊ก” กล่าวว่า หลังจากที่โครงการไทยช่วยไทย พลัส ๖๐/๔๐ ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มิ.ย. ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา มาจนถึงตอนนี้ยอมรับว่า ยอดขายมีความแตกต่างจากเดิม เพราะลูกค้าซื้อของมากขึ้น ประกอบกับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ในปีนี้ราคาถูกลง และยังมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส เข้ามาเสริมร่วมด้วย ทำให้ลูกค้าและประชาชนฮือฮามากขึ้น โดยเฉพาะโครงการดังกล่าว ออกมาในช่วงฤดูกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่เริ่มออกสู่ท้องตลาดพอดี เดิมร้านตนขายได้วันละครึ่งตัน หรือ ๕๐๐ กิโลกรัม ได้เงินประมาณ ๕-๗ หมื่นบาท แต่พอโครงการไทยพลัสเข้ามา ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เป็นวันละ ๑ ตัน หรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เป็นเงินกว่า ๑ แสนบาท ยอมรับว่าโครงการนี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้สูงถึง ๘๐ เปอร์เซ็น เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาใช้จ่ายผ่านโครงการไทยพลัส ส่วนราคาทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่ร้านตน ราคาเริ่มต้นที่ กิโลกรัมละ ๙๙ บาท ,๑๕๙ บาท และทุเรียนพร้อมทานเกรดพรีเมี่ยม ราคา กิโลกรัมละ ๑๗๙ บาท นอกจากนี้ยังมีบริการทุเรียนแบบแกะเปลือกเนื้อล้วน ราคา กิโลกรัมละ ๔๙๙ บาท พร้อมจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้า ซื้อครบ ๑,๐๐๐ บาท แถมฟรีทุเรียนมูลค่า ๑๐๐ บาท ฟรี โดยไม่มีการบวกเพิ่ม อย่างไรก็ตามตนรู้สึกพอใจมาก แต่อยากให้รัฐบาลเพิ่มจำนวนขึ้นอีกนิด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าเล็กๆ ได้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย. ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค