เมื่อเวลา ๑๒.๐๐ น. วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ กลุ่มผู้เสียหายจำนวน ๖ คน ได้เดินทางมายัง สภ.ธัญบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับสาวประเภทสองรายหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมนำรูปภาพใบหน้าของผู้เสียหายไปสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม และทำการด่าทอผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้ผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่มีธุรกิจส่วนตัวและทำงานอิสระ (ฟรีแลนซ์) ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงและส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานอย่างหนัก
นางสาวเจณจิรา มัทกิจ อายุ ๒๗ ปี เจ้าของธุรกิจต่อขนตาและออกบูธตามงานแต่งงาน เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมเข้ามาแสดงความคิดเห็นก่อกวนในโพสต์รีวิวสินค้าของทางร้าน โดยแอบอ้างว่าเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการต่อขนตาแล้วเกิดอาการตาอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งยังกล่าวหาว่าตนเป็นมิจฉาชีพและบุคคลอันตราย ทำให้ความน่าเชื่อถือของร้านลดลงและลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังนำรูปของตนไปสร้างโปรไฟล์ปลอมเพื่อด่าทอผู้อื่น ตนขอยืนยันว่าไม่รู้จักกับผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว เหตุการณ์นี้ทำให้ธุรกิจที่พึ่งพาช่องทางออนไลน์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้รับผลกระทบหนักจนตนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี ล่าสุดทราบชื่อบุคคลก่อเหตุแล้ว เนื่องจากมีผู้เสียหายอีกหลายรายถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน โดยผู้ก่อเหตุมักใช้นามสมมุติว่า "พลอย" ซึ่งตนเคยแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทไว้แล้ว และในวันนี้ตั้งใจมาแจ้งความซ้ำเพื่อต้องการให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย
ด้าน นางสาวจิราพัชร สีหราช อายุ ๒๓ ปี อาชีพฟรีแลนซ์ กล่าวว่า ตนถูกบุคคลดังกล่าวคุกคามมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผู้ก่อเหตุตามด่าทอตนในเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ว่าจ้างมาเห็นข้อความดังกล่าวก็ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและสูญเสียโอกาสในการทำงาน ซ้ำยังถูกนำรูปไปสร้างเฟซบุ๊กปลอมด่าผู้อื่นจนตนต้องปิดช่องแสดงความคิดเห็นหนี โดยผู้ก่อเหตุมักใช้ชื่อเฟซบุ๊กที่มีคำว่า "พลอย" เช่นกัน
ขณะที่ น.ส.อภิสรา (ขอสงวนนามสกุล) อีกหนึ่งผู้เสียหายที่เคยร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ระบุว่า ตนถูก นายธนกิตต์ ก้านเหลือง สาวประเภทสองคนดังกล่าว นำรูปไปโพสต์ประจานในเฟซบุ๊กจนหมดช่องทางทำมาหากิน ก่อนหน้านี้เมื่อปี ๒๕๖๕ ตนเคยยื่นฟ้องศาลและมีการไกล่เกลี่ยยุติคดีในปี ๒๕๖๗ โดยครอบครัวของคู่กรณีขอร้องให้ถอนฟ้อง พร้อมสัญญาว่าจะไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกและยอมจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ คู่กรณีคนเดิมได้กลับมาก่อเหตุซ้ำ โดยสร้างเฟซบุ๊กปลอมเกือบ ๑๐ บัญชี นำภาพของตนไปแชร์ในกลุ่มต่างๆ พร้อมใส่ร้ายว่าเป็นมิจฉาชีพ ปัจจุบันมีผู้เดือดร้อนจากสาวประเภทสองรายนี้แล้วกว่า ๒๐ คน ตนจึงอยากฝากถึงครอบครัวของผู้ก่อเหตุว่า หากบุตรหลานมีอาการป่วยควรพาไปรักษา ไม่ควรปล่อยให้มาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
เบื้องต้น ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธัญบุรี ได้ดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้วจำนวน ๒ ราย ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้แนะนำให้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนท่านอื่น เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน