กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จัดเสวนา “Designing Safe Parliament : ถอดบทเรียนการคุกคามทางเพศสู่แนวปฏิบัติและกลไกรัฐสภา” มุ่งพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๒๙ พ.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: press-release

ภาพข่าว วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B๑-๑ ชั้น B๑ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดเสวนา เรื่อง “Designing Safe Parliament : ถอดบทเรียนการคุกคามทางเพศสู่แนวปฏิบัติและกลไกรัฐสภา” โดยมี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเปิดการเสวนา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุคคลในวงงานรัฐสภา และสื่อมวลชน เข้าร่วม . นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ มีแนวทางเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ต้องขอขอบคุณสถาบันพระปกเกล้าที่ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้และประสบการณ์ด้านการคุกคามทางเพศในรัฐสภา ซึ่งผลการศึกษาพบข้อมูลซึ่งน่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการรับรู้ถึงเหตุการณ์การคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในหลายกรณี แต่กลับไม่มีกลไกที่เหมาะสมในการรับเรื่องร้องเรียนหรือคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถาบันพระปกเกล้า พบว่า แม้จะมีการรับรู้ถึงปัญหาดังกล่าวในระดับหนึ่งแล้ว แต่จำนวนเรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภากลับเป็นศูนย์ สะท้อนให้เห็นว่ากลไกที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ประสบปัญหาได้มากเพียงพอที่จะตัดสินใจร้องเรียน ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และข้าราชการประจำรัฐสภา เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการคุกคามทางเพศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในรัฐสภา กิจกรรมในวันนี้จึงถือเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนงานด้านการต่อต้านการคุกคามทางเพศในรัฐสภา และยังมีอีกหลายภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า และองค์กรภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุน อาทิ FWD ให้ร่วมกันผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างกลไกป้องกันและรับมือกับการคุกคามทางเพศอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในรัฐสภาเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมให้บุคคลรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าสู่แวดวงการเมืองมีความมั่นใจในการเข้ามาทำงาน และได้รับการคุ้มครองจากการคุกคามในทุกรูปแบบอย่างเหมาะสม เสมือนเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นฝุ่นใต้พรมให้เกิดความสะอาดต่อไป . ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดโครงการเสวนา “รัฐสภาปลอดการคุกคามทางเพศ” เมื่อวันที่ ๓๐ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้รัฐสภาไทยเป็นสถาบันต้นแบบที่ไม่ยอมรับการคุกคามทางเพศในทุกรูปแบบ และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากลนั้น จากการเสวนาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยผลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านกล่อง “Black Box” และการสำรวจความคิดเห็นและแบบสอบถาม พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน ๗๗๕ คน จำนวนร้อยละ ๖๒ ของผู้ตอบเคยได้ยิน พบเห็น หรือประสบกับการคุกคามทางเพศในรัฐสภา ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการคุกคามทางเพศมิได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะบุคคล หากแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการทำงาน โดยอาจปรากฏทั้งในรูปแบบที่เปิดเผย รูปแบบที่แฝงเร้น ด้วยการทำให้เป็นเรื่องปกติ (Normalization) ทั้งนี้ ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่สมดุลในองค์กร (Power Dynamic) วัฒนธรรมความเงียบในองค์กร (Culture of Silence) การขาดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน (Code of Conduct) และการขาดกลไกรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ (Complaint Mechanism) ที่เป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ปัญหาการคุกคามทางเพศหากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ปัญหาดังกล่าวจะยังคงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และจะฝังรากลึกอยู่ในวงงานรัฐสภาต่อไป ดังนั้น รัฐสภาในฐานะองค์กรนิติบัญญัติที่มีหน้าที่และอำนาจในการตรากฎหมาย ควรเป็นต้นแบบด้านจริยธรรม ความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิมนุษยชน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในการต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรในวงงานรัฐภาทุกระดับได้ตระหนักถึงลักษณะและรูปแบบของการคุกคามทางเพศ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจและความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทางการเมือง คณะกรรมาธิการฯ จึงได้จัดการเสวนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นในการร่างแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในรัฐสภาอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังได้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในการออกแบบกลไกการรับเรื่องร้องเรียนการคุกคามทางเพศในรัฐสภาที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นอิสระ และเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องโครงสร้างอำนาจที่ส่งผลต่อการคุกคามทางเพศผ่านสื่อสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับสากล . สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ มีหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ ประกอบด้วย “แนวปฏิบัติเพื่อสร้างรัฐสภาปลอดการคุกคามทางเพศ (Code of Conduct)” โดยนางสาวชเนตตี ทินนาม อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวภัสริน รามวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา นายหัสนัย ทรัพย์เจริญ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานวินัยและเสริมสร้างงานวินัย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายภัฏ บพิธนิติกุล นิติกรชำนาญการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นอกจากนี้ยังมีการเสวนา เรื่อง “กลไกการรับเรื่องร้องเรียนการคุกคามทางเพศในรัฐสภาไทย (Complaint Mechanism)” โดยนายปณิธาน พุ่มบ้านยาง ที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมทางเพศ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นายศุภณัฐ บุญสด นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า นางสาววิภารัตน์ ถมยา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายรัตนะ โพธิสุวรรณ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พร้อมกันนี้ในช่วงบ่ายยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “ความสัมพันธ์เชิงอำนาจและบทบาทของคณะกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ” อีกด้วย ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ ฤทธิรณ ปัญญากาบ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค