อำเภอนางรอง หนุ่มวัย ๒๙ ปี ออกไปงมหอยในสระน้ำสาธารณะ เจอวัตถุเป็นหนามคล้ายทุเรียนอยู่ในถุงกระสอบปุ๋ยอยู่ใต้น้ำ โร่แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ กู้ภัยงมขึ้นมาพบเป็นเศียรพระพุทธรูปโลหะมีร่องรอยการตัดมา เตรียมให้นักโบราณคดีมาพิสูจน์ ตำรวจเร่งหาคนเอามาทิ้งว่าเอามาจากไหนแล้วเอามาทิ้งในน้ำได้อย่างไร
วันที่ ๒๔ พ.ค.๒๕๖๙ เมื่อเวลา ๑๒.๐๐ น. ร.ต.อ. การุณ แสงอรุณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นางรอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเศียรพระพุทธรูปจมอยู่ภายในสระน้ำ บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองทะลอก ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมชุดประดาน้ำรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พื้นที่มากกว่า ๕๐ ไร่ เป็นสระน้ำดิบผลิตน้ำประปา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งชุดประดาน้ำลงไปงมค้นหาตามจุดที่รับแจ้ง โดยใช้เวลาเพียง ๑๐ นาที ก็สามารถนำวัตถุดังกล่าวขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ ตรวจสอบพบเป็นถุงปุ๋ยสภาพเก่า ภายในบรรจุเศียรพระพุทธรูปมีความสูงและกว้างประมาณ ๓๐ ซม.น้ำหนักประมาณ ๓๐ กก.สภาพมีร่องรอยถูกตัดยอดบนเศียรออกไป เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นายตะวัน อินณรงค์ อายุ ๒๙ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๔ ม.๔ ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านผู้พบเห็นคนแรก เล่าเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นว่า
"ตนเองได้ลงไปงมหาหอยในอ่างเก็บน้ำตามปกติ ระหว่างที่เดินลุยน้ำอยู่นั้น เท้าได้ไปสะดุดกับวัตถุบางอย่างที่เป็นถุงกระสอบ ตอนแรกคลำดูนึกว่าเป็นถุงใส่ทุเรียนที่มีคนเอามาทิ้งไว้ แต่พอเปิดปากถุงออกดูถึงกับผงะ เพราะกลายเป็นเศียรพระพุทธรูป ด้วยความตกใจและกลัวว่าจะลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่กล้าเอาขึ้นมาบนบกด้วยตัวเอง รีบขึ้นจากน้ำแล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที"
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดเศียรพระพุทธรูปดังกล่าวไปไว้ที่ สภ.นางรอง เพื่อประสานเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นพระพุทธรูปยุคไหน และถูกโจรกรรมมาจากวัดใดในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่คาดว่าเป็นขบวนการตัดเศียรพระมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน