อบจ.ปราจีนบุรี รุกฆาตวิกฤตปลานิลราคาตกต่ำ! เปิดยุทธศาสตร์ "รัฐสวัสดิการขนาดย่อม" ระบายปลาค้างบ่อ ๖ ตัน -ราคาตกช่วยเกษตรกรหลังปิดด่านไทย-กัมพูชา

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๒๘ เม.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ภาพข่าว ปราจีนบุรี –    เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๓๕ น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    ณ ศูนย์อเนกประสงค์สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี    ประชาชนจำนวนมากแห่สนับสนุนกิจกรรมจำหน่ายปลานิลคุณภาพสูงในราคามิตรภาพ หลังเกษตรกรประสบวิกฤตหนักส่งออกไม่ได้จนปลาล้นบ่อ นายกฤษ กษมพันธ์ หรือ รองอุ๊  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) พร้อมฝ่ายบริหาร และ  กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตปลานิล อ.บ้านสร้าง นำปลานิลสดกว่า ๓ ตัน   มาจำหน่ายตรงถึงมือประชาชนโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  ในราคา กิโลกรัมละ ๓๕ บาท หรือ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท เพื่อแก้ปัญหาราคาปลาหน้าบ่อดิ่งตัวลงจาก ๔๘ บาท เหลือเพียง ๒๗-๒๘ บาท ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มทุน เนื่องจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ความไม่สงบ นายกฤษ ระบุว่า ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตลาดนัดทั่วไป แต่คือการใช้นโยบาย "รัฐสวัสดิการขนาดย่อม" โดย อบจ. สวมบทบาทตัวกลางตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง เชื่อมโยงผลผลิตจากก้นบ่อสู่จานข้าวประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพและต่อลมหายใจให้เกษตรกรก่อนวงจรการผลิตจะล่มสลาย อ.บ้านสร้าง ถือเป็นแหล่งผลิตปลาน้ำจืดอันดับ ๒ ของประเทศ    มีพื้นที่เลี้ยงกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันเกษตรกรเผชิญสภาวะ "ปลาอั้นบ่อ" ค้างสะสมบ่อละกว่า ๓๐ ตัน จนปลาโตเกินขนาดน้ำหนักตัวละ ๓-๔ กิโลกรัม ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนจม เพราะไม่สามารถจับปลาชุดแรกเพื่อนำเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงปลาชุดต่อไปได้ ในการแก้ปัญหาระยะยาว อบจ. และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้จับมือกับ "คุณเจสัน" นักลงทุนต่างชาติ   ที่เข้ามาซื้อผลผลิตครั้งละ ๓ ตัน เพื่อกระจายสู่โรงงานอุตสาหกรรม   นอกจากนี้ยังมีแผนยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ • สร้างงานท้องถิ่น จ้างแรงงานในพื้นที่แปรรูป ขอดเกล็ด ผ่าไส้ ก่อนเข้าห้องเย็น • ปลดล็อกผังเมือง  เตรียมผลักดันการตั้งโรงงานแปรรูปในพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) เพื่อหยุดวงจรถูกกดราคาจากแพปลา • สถาบันห่วงโซ่คุณค่า  วางแผนสร้างโรงงานห้องเย็นมาตรฐานและรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อส่งออกไปตลาดจีน พบ   บรรยากาศการจำหน่ายเป็นไปอย่างคึกคัก    ชาวบ้านรายหนึ่งวัย ๗๐ ปี เผยด้วยความตื้นตันว่า อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อเนื่อง เพราะราคา ๓๕ บาท ช่วยประหยัดเงินได้มากเมื่อเทียบกับตลาดสดที่ขายกิโลกรัมละ ๕๐-๗๐ บาท แถมยังได้ปลาไซส์ยักษ์ที่หาซื้อยาก นายกฤษ กล่าวปิดท้ายว่า    ความสำเร็จในการระบายปลานิลรวม ๖ ตันในครั้งนี้ (ขายตรง ๓ ตัน และ  ผ่านเครือข่ายเอกชน ๓ ตัน) คือข้อพิสูจน์ของ "ปราจีนบุรีโมเดล" โดย อบจ. เตรียมขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่น   เช่น กุ้ง หมู ไก่ รวมถึงรื้อฟื้นประเพณีแข่งเรือ  เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว สร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาดูแลคุณภาพชีวิตของชาวปราจีนบุรีอย่างยั่งยืน ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค