วันที่ 17 เมษายน 2569 นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายกิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ผู้นำธุรกิจน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับแนวหน้าของประเทศ ประกาศความพร้อมขานรับนโยบายภาครัฐห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ โดยชูยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-Added) ผ่านโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมกางโรดแมป 4 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน และเดินหน้าขยายอาณาจักรค้าปลีกส่งน้ำมันพืช รินทิพย์ เข้าสู่ 7-Eleven ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ นายประกิตกล่าวว่า PCE ดำเนินธุรกิจน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร (Integrated Supply Chain) โดยมีความพร้อมทั้งด้านการผลิตและระบบโลจิสติกส์ โดยกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดำเนินงานโดย บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ซึ่งมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบกำลังการผลิตรวม ๓,๖๐๐ ตันผลปาล์มสดต่อวัน และอยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงสกัด เฟส ๓ เพื่อขยายกำลังการผลิตรวมเป็น ๕,๐๔๐ ตันผลปาล์มสดต่อวัน รวมถึงยังมีโรงกลั่นน้ำมันปาล์มดิบ โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน และโรงงานผลิตไบโอดีเซล B๑๐๐ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศด้วยกำลังการผลิตกว่า ๑.๓ ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งบริษัท ปาโก้ เทรดดิ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปน้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์อื่นจากปาล์มน้ำมัน จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ของครองครองส่วนแบ่งการตลาดด้านการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกว่า ๒๕-๓๐%
นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังมีความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยมีรถขนส่งสินค้าแห้งและสินค้าเหลวกว่า ๑๖๐ คัน และกองเรือ ๑๓ ลำ ที่พร้อมกระจายสินค้าไปยังกว่า ๓๐ จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมไปถึงการส่งออกสินค้าทางเรือไปยังเส้นทางต่างประเทศ เสริมด้วยคลังจัดเก็บน้ำมันปาล์มในยุทธศาสตร์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ความจุกว่า ๒๔๐,๐๐๐ ตัน
โดยทิศทางอุตสาหกรรมปาล์มปี ๒๕๖๙ นั้น PCE มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพในประเทศ การที่ภาครัฐห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเป็นเวลา ๑ ปี เริ่มตั้งแต่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ เพื่อรองรับการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B๗ และ B๒๐ เป็นส่วนผสมทางเลือก มาตรการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ PCE แต่เป็นแรงผลักดันให้นำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งกลับเข้ามาหมุนเวียนในประเทศและสามารถผลิตเป็นไบโอดีเซล B๑๐๐ ได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งนอกจากจะช่วยดูดซับผลผลิตไม่ให้ล้นตลาดและรักษาเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน ๔ กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ดังนี้
๑. การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value Products) ต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มสู่อุตสาหกรรมอาหาร ยา และโอเลโอเคมิคัล ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มให้มีคุณภาพสูงขึ้น
๒. การเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต เดินหน้าโครงการขยายโรงสกัดและโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันโรงสกัดมีกำลังการผลิต ๓,๖๐๐ ตันผลปาล์มสดต่อวัน และกำลังจะขยายเป็น ๕,๐๔๐ ตันผลปาล์มสดต่อวัน และโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินปัจจุบันมีกำลังการผลิต ๓๐๐ ตันต่อวัน เป็น ๗๖๐ ตันต่อวัน
๓. การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งเน้นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
๔. การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับสากล เพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน
PCE ยังเร่งขยายธุรกิจปลายน้ำผ่านน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวดแบรนด์ “รินทิพย์” โดยได้วางจำหน่ายใน ๗-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงจากช่องทาง Modern Trade พร้อมเสริมทัพด้วยโครงการ RINTIP Cash Van เพื่อกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง โดยตั้งเป้ายอดขายผ่านช่องทาง Modern Trade รวมมากกว่า ๕ ล้านขวดต่อปี
ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรผสานกับกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ทำให้ PCE มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ El Nino ต่อผลผลิตปาล์มสดในภาพรวม และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๙ จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ตามเป้าหมายที่วางไว้
✍️ ข่าว สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน