เกิดเหตุปลาพลวงหินในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำน้ำลอด/ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ตายเป็นเบือ ด้านผู้ใหญ่ในพื้นที่สั่งปิดข่าวอ้างกระทบการท่องเที่ยว ส่วนปลาที่ถ้ำผามอนครั้งก่อนน่าจะเจอสารพิษ เนื่องจากพบซากปลามีรอยช้ำเป็นจุดสีแดงอ่อนๆที่บริเวณท้องและลำตัวส่วนเหงือกมีสีออกม่วงคล้ำซึ่งเป็นลักษณะถูกสารพิษ
เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๙ แหล่งข่าวราษฎรบ้านถ้ำลอด ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ปลาพลวงหินในถ้ำน้ำลอด/ถ้ำลอด ได้ตายลงไปเป็นจำนวนมาก สาเหตุการตายของปลาดังกล่าว ยังไปปรากฏแน่ชัดว่า เกิดจากสาเหตุอะไร โดยการตายของปลาในถ้ำลอด หน่วยงานในพื้นที่ ได้มีการรายงานให้แก่ผู้บังคับบัญชาทราบทันที แต่ได้มีการห้ามกระจายข่าวหรือเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อการท่องเที่ยวของถ้ำลอด ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก
ในส่วนของปลาที่ถ้ำผามอนที่ตายไปก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราษฎรในพื้นที่ที่เคยมีประสบการณ์ระบุว่า พื้นที่ป่าต้นน้ำ เป็นแหล่งปลูกส้มเขียวหวาน กระเทียม และพืชอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการปลูกได้มีการใช้สารเคมีในปริมาณสูงเพื่อให้ได้ผลส้มที่โตและผิวสวยเป็นเงา ส่งผลให้สารเคมีในดินถูกฝนที่ตกลงมาชะล้าง ไหลลงสู่แม่น้ำทำให้ปลาพลวงหิน ซึ่งเป็นปลาที่มีประสาทสัมผัสไวต่อสารพิษสูง ไม่สามารถต้านทานต่อสารพิษเพียงเล็กน้อยได้ จึงได้ตายลง ไม่เหมือนปลาชนิดอื่นที่ มีความต้านทานสูงกว่า และไม่มีอาการหรือตายลงแต่อย่างใด
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีปลาพลวงหินถ้ำผามอนที่ตายลง จนถึงปัจจุบัน ผ่านไปเกือบ ๒ เดือนแล้ว หน่วยในพื้นที่ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจหาสารพิษในปลาแต่อย่างใด ทั้งที่ในตอนแรกว่าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ซากปลาภายใน ๑ สัปดาห์ การปกปิดดังกล่าวอาจจะสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่ใช้แหล่งน้ำดังกล่าวในการบริโภคและอุปโภค
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน รายงาน