เปิดตัวเลขจุดไฟป่าห้วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน 1 เม.ย.2569 ปายสูงสุด 900 จุด ตามด้วย อ.แม่สะเรียง 833 และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 742 จุด ล่าสุดทางจังหวัดพุ่งเป้าไปที่อำเภอปายระดมสรรพกำลังลงสู้ไฟป่าอย่างเต็มที่ คาดหวังใน 72 ชั่วโมงต้องดับให้หมด ด้านแพทย์เตือนสูดดมฝุ่นพิษมากผู้สูงอายุจะสมองเสื่อมง่าย
เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ ศูนย์อำนวยการควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงาน จุดความร้อนในห้วงตั้งแต่ ๑ ก.พ.-๑ เม.ย.๒๕๖๙ เรียงตามลำดับมากสุดไปน้อยสุด อันดับ ๑.อ.ปาย ๙๐๐ จุด อันดับ ๒. อ.แม่สะเรียง ๘๓๓ จุด อันดับ ๓. อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ๗๔๒ จุด อันดับ ๔. อ.ขุนยวม ๔๘๔ จุด อันดับ ๕ อ.สบเมย ๓๙๙ จุด อันดับ ๖. อ.แม่ลาน้อย ๓๕๑ และ อันดับ ๗. อ.ปางมะผ้า ๒๑๒ จุด สำหรับ จุดความร้อน (Hotspot) ดาวเทียมSuomi NPP ระบบ VIIRS ประจำวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ รอบบ่าย เวลา ๑๓.๕๐ น. พบจุดความร้อน ๖๓๔ จุด ช่วงเช้า ๑๖๒ จุด รวม ๗๙๖ จุด
คุณภาพอากาศประจำวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ (เฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง ณ เวลา ๐๗.๐๐ น.) ๑. ค่า PM๒.๕ สถานีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ ๑๓๖.๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ๒. ค่า PM๒.๕ สถานีอำเภอแม่สะเรียง เท่ากับ ๑๙๗.๖ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ๓ .ค่า PM๒.๕ สถานีอำเภอปาย เท่ากับ ๓๑๗.๘ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยจะเห็นว่าค่ามลพิษในอำเภอปายสูงที่สุดของจังหวัด ฯ
ปัญหาที่ทางหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาดับไฟป่าคือ จำนวนจุดไฟป่าที่มีการลักลอบจุดเป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมไปถึงกลุ่มไฟป่าขนาดใหญ่ที่ไหม้ต่อเนื่องมากกว่า ๕ วันมีมากมายหลายกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการดับไฟป่าขนาดใหญ่แบบนั้นได้ อุปสรรคคือจุดเกิดเหตุเป็นเทือกเขาสูงชัน และอยู่ห่างจากชุมชน และจุดไฟป่าส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ไม่สามารถดับได้ ทำให้หมอกควันไฟป่าสะสมต่อเนื่องจนค่ามลพิษสูงเกินมาตรฐานในระดับเป็นอันตรายต่อประชาชน
ล่าสุด ศูนย์ ปภ. เขต๑๐ ลำปาง สนับสนุนเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ ERT จำนวน ๕ นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาด ๑๐,๐๐๐ ลิตร รถฉีดหมอกน้ำแรงดันสูงพร้อมยานยนต์ดับเพลิงควบคุมระยะไกล และ รถบรรทุกเรือยนต์กู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ (ลากเรือ)ปฏิบัติงานฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ จำนวน ๔๐๐๐๐ ลิตร ณ สถานที่ ดังนี้ ๑. สนามกีฬาเทศบาลตำบลปาย ๒. โรงเรียนปายวิทยาคาร ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก,PM๒.๕ ของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มส.๑๐๒๑๘๕๘ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙)
ที่ อ.แม่สะเรียง นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง รายงานว่า ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ระงับเหตุไฟไหม้ใกล้ชุมชนบ้านจอมแจ้ง-แม่สะเรียง ช่วงบ่ายวันนี้ (๒ เม.ย. ๖๙) เวลา ๑๖.๑๐ น.ได้รับแจ้งเหตุ พบกลุ่มควันไฟบริเวณใกล้ชุมชนบ้านจอมแจ้ง เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกลามกองขยะและโรงเก็บของเก่า (ฝั่งตรงข้าม รพ.แม่สะเรียง)เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันฉีดน้ำสกัดเพลิงและ "จัดทำแนวกันไฟ" รอบพื้นที่เพื่อป้องกันการลุกลามเข้าหาที่พักอาศัย จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นที่เรียบร้อยพบความเสียหายโรงเก็บของเก่าและพื้นที่ป่าบริเวณโดยรอบ ส่วนสาเหตุสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการที่มีผู้ลักลอบเผาขยะ แล้วลุกลาม
ในไลน์กลุ่มของอำเภอปาย เจ้าหน้าที่สาธารสุขอำเภอปาย ได้โพสข้อความเตือนในไลน์กลุ่ม ว่าสาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า คนไข้ มาประมาณ ๓๐ คน เพราะ จันทร์หน้า วันหยุด แล้ว สัปดาห์ต่อไป สงกรานต์ แต่ละคนที่มา ก็ใส่หน้ากาก แมส ปิดหน้า แต่ก็ไม่ใช่ N๙๕ สักคน คือ ใส่ให้แบบ กัน covid แต่ไม่กัน PM ๒.๕ ไม่รู้ หรือ รู้ แต่ก็ใส่ให้สบายใจ คนไข้ สมองเสื่อม สับสนมากขึ้น กลางคืนนอน ไม่หลับ ก็ถามว่า ได้รู้ไหมว่า มี PM ๒.๕ มากเค้าก็บอกว่า รู้ แต่ก็ไม่ได้รู้ว่า มีผลต่อ อัลไซล์เมอร์เหรอ ก็บอกไปว่า มันมีครับ เพราะว่า มันทำให้ อัตราการ สับสน และ โรคสมองเสื่อมแย่ลง เมื่อสูด มันเข้าไปสมองตรงผ่าน olfactory bulb ส่วนยื่นของระบบประสาท ที่ดมกลิ่นเข้าสมอง เบื้องต้น ทำให้สมอง เกิดการอักเสบครับ และ การก่อตัวของ โปรตีนพิษ ก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย คนสูงอายุ หลง ๆ ลืม ๆ อย่าปล่อยให้สูด pm ๒.๕ นะครับ มันทั้งเร่งให้สมองเสื่อมเร็ว สับสน นอนไม่หลับ และ ในที่สุด ตายเร็วครับ เครดิต อจ สุรัตน์
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน รายงาน