เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “บูรณาการเต็มกำลัง” ทั้งกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงานที่ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้ ได้มีคำสั่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานตำรวจภูธร เปิดเส้นทางให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เร่งระบายเชื้อเพลิงเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดคอขวดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย “ยกระดับคำสั่ง” ลงลึกถึงระดับอำเภอทั้ง ๘๗๘ แห่งทั่วประเทศ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งแบบไม่มีข้อยกเว้น พร้อมรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง ๗ วัน และต้องรายงานกลับ “ภายในเวลา ๒๐.๐๐ น. ของวันเดียวกัน” เท่านั้น
ภารกิจครั้งนี้ เน้นตรวจเข้ม ๔ ด้านหลัก ได้แก่
• ปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เทียบกับภาวะปกติ ลดหรือเพิ่มเพราะอะไร
• ระบุสถานีบริการและพิกัดอย่างชัดเจน
• ปริมาณการจำหน่าย เปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด
• ปัญหาการขนส่ง ติดขัดตรงไหน และแก้แล้วหรือยัง
ปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำชัด “ข้อมูลต้องครบ ต้องจริง และต้องเร็ว” เพราะจะถูกใช้เป็นฐานตัดสินใจระดับประเทศ ในการจัดทัพกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ทั้งระบบ เพื่อสกัดไม่ให้สถานการณ์กระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ “ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องกำกับใกล้ชิดทุกขั้นตอน ห้ามคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย เพราะนี่คือข้อมูลสำคัญต่อการบริหารพลังงานของประเทศ” ปลัด มท. ระบุหนักแน่น
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยังคงเกาะติดสถานการณ์แบบวันต่อวัน ร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้การบริหารเชื้อเพลิงเดินหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ หากประชาชนพบปัญหาน้ำมันขาดแคลนหรือได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม ๑๕๖๗ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
✍️ ข่าว สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน