อำเภอเมือง//ตาเด็กชายวัย 9 ขวบออกมาเตือนผู้ปกครองเด็กให้เป็นอุทาหรณ์หน้าร้อน หลังจากเสียหลานสุดที่รักไปเนื่องจากหลานอยากเล่นน้ำ หรืออยากทำตามผู้ใหญ่ขณะหาปลาสุดท้ายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำ
เมื่อวันที่ 3 มี.ค 69 นายบุญเรือง ดวงศรี อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 139 หมู่ 3 ตำบลกระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังจากสุญเสีย ด.ช.จิระเดช ภิรมย์ หรือ “น้องไอคิว” อายุ 9 ขวบ หลานชายของตัวเองจากเหตุการณ์จมน้ำในสระน้ำ พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุที่กลางทุ่งนา ว่า
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มี.ค.ที่ผ่านมา หลานชายไปกับเพื่อนรวม ๕ คนออกไปเล่นตามปกติ จนกระทั่งเวลาบ่าย ๓ หลานไม่กลับบ้านทุกคนออกตามหาและไปถามเพื่อนที่ไปด้วยกัน จนกระทั่งพบรองเท้าอยู่ริมสระน้ำซึ่งมีความกว้าง ๒๒ เมตรยาว ๑๐ เมตรและลึกถึง ๓ เมตร
จากนั้นได้ประสานหน่วยกู้ภัยมาค้นหาจนพบร่างหลานชายเสียชีวิตอยู่ก้นสระน้ำดังกล่าว ยอมรับว่าเสียใจมากเพราะรักหลานคนนี้มาก ปากหวานพูดไพเราะ ครั้งล่าสุดมาบอกว่า”หนูขอให้ตาเป็นพ่อได้หรือไม่”
ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบแต่คาดว่าเด็กน่าจะอยากทำเหมือนผู้ใหญ่ที่กระโดดลงน้ำหลังหว่านแห ลงไปมีความเป็นไปได้ที่เด็กอาจจะทำตามเหมือนผู้ใหญ่โดยไม่คิดว่าตัวเองว่ายไม่เป็นหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีกโดยเฉพาะการเลียนแบบของเด็ก
ด้านนายพิสุทธิ์ ภิรมย์ (เสื้อขาว) อายุ ๓๓ ปี พ่อของน้องไอคิว เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน ออกไปทำธุระอีกแห่งหนึ่ง ส่วนน้องอยู่กับแม่ ซึ่งกำลังดูแลลูกเล็กอีกคนหนึ่ง ไม่คาดคิดว่าน้องจะพากันไปเล่นน้ำในสวนของยาย อีกทั้งที่ผ่านมา น้องไม่เคยลงเล่นน้ำในจุดดังกล่าวมาก่อน จึงไม่มีใครคาดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
“ลูกชายเป็นเด็กร่าเริง เป็นที่รักของทุกคน อายุเพียง ๙ ขวบ ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียครั้งนี้ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ และไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด” ผู้เป็นพ่อกล่าวทั้งน้ำตา
จึงอยากจะฝากเตือนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุยังน้อย ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้านซึ่งเด็กมักจะออกไปหาเล่นน้ำซึ่งเป็นอันตรายมากหากไม่มีผู้ใหญ่อยู่ใกล้
✍️ วาทิตย์ แสนธุปี รายงาน