ผ่าสนามเลือกตั้ง สส.เมืองสามหมอก

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๑๙ ม.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน 18 มกราคม 2569 ผ่าสนามเลือกตั้ง สส.เมืองสามหมอก …………………………………………………………………….. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั่วประเทศและการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 หลังรับสมัครการเคลื่อนไหวหาเสียงของผู้สมัคร สส.แต่ละคนแต่ละพรรค ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านนำนโยบายพรรคและการทำงานที่ผ่านมาไปนำเสนอให้ประชาชนเพื่อเรียกคะแนนเสียง ทำให้การเลือกตั้งในแม่ฮ่องสอนเริ่มคึกคักขึ้นมาแล้ว ไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกันบ้าง มาดูความเคลื่อนไหวสู้ศึกเลือกตั้ง สส. ในครั้งนี้ แม้แม่ฮ่องสอนจะเป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของประเทศไทย เป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตามองไม่แพ้จังหวัดอื่น แม้จะมีเพียง 7 อำเภอ 45 ตำบล 415 หมู่บ้าน พรรคการเมืองใหญ่น้อยไม่ควรมองข้าม แม่ฮ่องสอนมีประชากรทั้งหมดรวม 286,786 คน มี 2 เขตเลือกตั้ง มี สส. 2 คน เขตละ 1 คน ผู้มีสิทธิ์ทั้งจังหวัด จำนวน 180,181 คน ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 รวม 4 อำเภอ ผู้มีสิทธิ์ จำนวน 86,606 คน แยกเป็น อ.เมือง จำนวน 34,241 คน อ.ขุนยวม จำนวน 17,358 คน อ.ปาย 22,589 คน และอ.ปางมะผ้า จำนวน 12,418 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 รวม 3 อำเภอ ผู้มีสิทธิ์ จำนวน 93,575 คน แยกเป็น อ.แม่สะเรียง จำนวน 38,765 คน อ.แม่ลาน้อย 27,521 คน อ.สบเมย 27,289 คน ภาพข่าว ภาพข่าว แม้พื้นที่จะกระชับเข้ามาไม่ต้องตระเวรไปทั่วทั้งจังหวัดเหมือนเมื่อก่อน เพียงแค่ไม่กี่อำเภอก็ตาม แต่การเดินทางไปพบปะชาวบ้านของผู้สมัคร ไม่ง่ายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ บางหมู่บ้านถนนดินลูกรัง บางหมู่บ้านโหดสุด ๆ รถเข้าไม่ถึงต้องเดินเท้า ผู้สมัครแต่ละคนจะต้องสู้ด้วยใจ เพราะที่นี่เมืองสามหมอก เมืองแห่งขุนเขา เลือกตั้งแต่ละครั้งไม่มีอิทธิพล มีแต่พี่ เพื่อน และน้อง ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนหาเสียงด้วยความสบายใจ ไปดูเขตเลือกตั้งที่ ๑ รอบนี้มีผู้สมัครเพียง ๕ คน เบอร์ ๑ ว่าที่ ร.ต.สุรพล ต๊ะวิชัย พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ ๒ นายปกรณ์ จีนาคำ พรรคกล้าธรรม เบอร์ ๓ ดร.วิชัย เจริญพระธรรมดี พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๔ นายจำลอง รุ่งเรือง พรรครวมไทยสร้างชาติ และเบอร์ ๕ นายอนัส มณีพฤกษ์ พรรคประชาชน เขต ๑ คนแรกตามไปดู ปกรณ์ จีนาคำ (สส.แม้ว) พรรคกล้าธรรม (อดีต สส.แม่ฮ่องสอน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อปัญญา จีนาคำ อดีต สส.แม่ฮ่องสอน หลายสมัย เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติครั้งแรกเมื่อปี ๖๖ หลายคนปรามาสว่าอายุยังน้อย กระดูกยังไม่แข็งพอ ไม่น่าผ่าน แต่ปกรณ์ฯ ก็ทำได้ชนะคู่แข่งขาดลอยเรียกได้ว่าคะแนนห่างกันไม่เห็นฝุ่น เลือกตั้งครั้งนี้นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า นายปกรณ์ จีนาคำ ยังคงเป็นจ่าฝูง เดินขึ้นแท่นปักธงเขต ๑ ได้ไม่ยาก เพราะที่ผ่านมาทำผลงานเข้าตาประชาชนเกือบทุกมิติ เป็นคนหนุ่มไฟแรง กล้าพูด กล้าทำ ชาวบ้านเข้าหาง่ายไม่ถือตัว ประกอบกับฐานเสียงในพื้นที่แน่นปึ้ก แต่จะประมาท นายอนัส มณีพฤกษ์ จากพรรคประชาชน ไม่ได้ แม้อนัส ฯ จะอยู่ในพื้นที่อำเภอปายมีคนรู้จักจำนวนมาก ฐานเสียงจากพื้นที่อื่น ๆ และความนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่เขต ๑ ก็มีไม่น้อย ถ้าปกรณ์ จีนาคำ ประมาทแม้แต่นิดเดียวก็ตกแท่นได้เหมือนกัน ส่วน ดร.วิชัย เจริญพระธรรมดี พรรคเพื่อไทย (ข้าราชการครูบำนาญ อดีต ผอ.โรงเรียน ) แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ดีกรีความรู้ความสามารถไม่น้อยน่าใคร ฐานเสียงจากข้าราชครูก็มีไม่น้อย และจากชนเผ่าชาติพันธุ์อีกเพียบ อีกคน นายจำลอง รุ่งเรือง พรรครวมไทยสร้างชาติ อดีต สส.แม่ฮ่องสอน เมื่อปี ๒๖ ค่ำวอดวนเวียนอยู่ในแวดวงการเมืองมาโดยตลอด และลงพื้นที่พบปะชาวบ้านมาอย่างโชคโชน ได้รับเสียงตอบรับกันล้นหลาม โดยเฉพาะโครงการเจาะอุโมงค์ สะเมิง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เป็นโครงการในใจหมายมั่นปั้นมือจะต้องสร้างให้ได้ แต่จะปักธงเขต ๑ ได้สำเร็จหรือไม่คอยดูกัน ส่วนอีกคน ว่าที่ ร.ต.สุรพล ต๊ะวิชัย พรรคประชาธิปัตย์ นี่ก็คนหนุ่มไฟแรงเช่นกัน อายุยังน้อย แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่เข้าสู่วงการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ก็เป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนมาแล้ว มีแววที่จะเป็นนักการเมืองระดับชาติในอนาคตก็เป็นได้ใครจะไปรู้ ไปที่เขตเลือกตั้งที่ ๒ เบอร์ ๑ นายสมภพ คงความซื่อ พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๒ นายวิทยา หวานซื้ง พรรคกล้าธรรม เบอร์ ๓ นายสติ ทรัพย์ทวีพันธ์ พรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ ๔ นายพนธกร ใจสนอง พรรคประชาชน เบอร์ ๕ นายสมบัติ ยะสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ ๖ นายภานุวัฒน์ คงมีความดี พรรคประชาธิปัตย์ และเบอร์ ๗.น.ส.สุภิญกัลย์ พิภพสิทธิโภคิณ พรรคพลังประชารัฐ ภาพข่าว ภาพข่าว เขตนี้น่าจะมีการแข่งขันดุเดือดพอสมควร คงไม่มีใครยอมใครคะแนนเสียงคงจะแตกกระจัดกระจายเป็นแน่ เริ่มจาก สมบัติ ยะสินธุ์ อดีต สส.แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย (ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ) ณ เวลานี้ยังถือว่าเป็นตัวยืนในพื้นที่นี้ เพราะยังคงได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงเดิมอยู่มาก พร้อมที่จะปักธงยึดพื้นที่อย่างเหนียวแน่น แต่จะยึดไว้ได้หรือไม่ต้องถาม นายวิทยา หวานซึ้ง ชนเผ่าม้ง พรรคกล้าธรรม (ย้ายจากพรรคเพื่อไทย มาสังกัดพรรคกล้าธรรม ) เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอีกคนที่มีเครือข่ายชนเผ่าไม่น้อย เลือกตั้งเมื่อปี ๖๖ มีคะแนนตามหลังสมบัติ ยะสินธุ์ เพียง ๒,๘๔๘ คะแนนเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีอะไรพลิกผัน วิทยา ฯ ก็อาจแซงขึ้นไปได้ ถ้าสมบัติ ฯ ประมาท แต่ม้ามืดที่ไม่ควรมองข้าม นายพนธกร ใจสนอง พรรคประชาชน เป็นชนเผ่ากระเหรี่ยง เคยผ่านการเมืองท้องถิ่นมาแล้วในพื้นที่ตำบลแม่กี๊ อ.ขุนยวม โดยเฉพาะโซนใต้เขต ๒ ส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่ากระเหรี่ยง ทำให้ฐานเสียงชนเผ่าของพนธกร ฯ บวกกับความนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่ยังมีอยู่ สามารถดึงคะแนนเสียงได้มาก ทางด้าน นายสมภพ คงความซื่อ (ครูโจ้) พรรคเพื่อไทย เป็นคนหนุ่มไฟแรงอีกคนหนึ่ง ฐานเสียงในพื้นที่ตั้งความหวังให้ปักธงเขต ๒ ให้ได้ เพราะครูโจ้ สมภพฯ มีความตั้งใจที่จะรับใช้บ้านเกิด และเชื่อมั่นว่าจะปักธงในเขต ๒ ได้ ส่วน น.ส.สุภิญกัลย์ พิภพสิทธิโภคิณ พรรคพลังประชารัฐ นักธุรกิจสาวสวยแห่งโซนใต้ สาวแกร่งคนหนึ่ง มีความรู้ความสามารถเพียบ คลุกคลีอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ มานาน และรับตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฏรอยู่หลายตำแหน่ง พรรคพลังประชารัฐ หมายมั่นปั้นมือจะให้ปักธงในเขต ๒ ให้ได้เช่นกัน ส่วนผู้สมัครอีกสองท่านที่จะมองข้ามไม่ได้คือ นายภานุวัฒน์ คงมีความดี พรรคประชาธิปัตย์ และ นายสติ ทรัพย์ทวีพันธ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งตัวผู้สมัครและพรรคการเมืองทั้งสองพรรคนี้ถือว่าโด่ดเด่นไม่น้อย มีฐานเสียงกระจายหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทุกคนทุกพรรคการเมือง สส.ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนเชื่อมั่นในตนเองว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฏร แต่แม่ฮ่องสอนได้ สส.เขตละ๑ คนเท่านั้น ใครจะเป็นหนึ่งขึ้นแท่นและได้ไปต่อ อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเท่านั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิ์ของตนเองในวันที่ ๘ ก.พ.๒๕๖๙ ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค