นายอำเภอลอยตัวยึดฐานที่มั่น
หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการแจ้งย้ายและการจัดทำเอกสารประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากสืบสวนพฤติการณ์มาเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน
เมื่อวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ชุดปฏิบัติการจากหลายหน่วยงาน ได้แก่
๑. ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง
๒. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)
๓. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน
ได้เข้าตรวจสอบการดำเนินการจัดทำเอกสารแสดงตนให้แก่บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งกระทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบพบว่า มีขบวนการนายหน้าและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายร่วมกันกระทำการโดยมิชอบ โดยมีพฤติการณ์สำคัญ ได้แก่
๑. กลุ่มนายหน้าได้นำพาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มาดำเนินการแจ้งย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอวังน้อย
๒. มีการปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจของเจ้าบ้านเพื่อใช้ในการแจ้งย้ายบุคคลดังกล่าว หรือในบางกรณีมีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เจ้าบ้านเพื่อยินยอมให้มีการแจ้งย้ายเข้า เป็นเงินรายละประมาณ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ บาท
๓. บ้านที่ใช้เป็นที่แจ้งย้ายเข้า แม้จะมีเลขที่และทะเบียนบ้าน แต่ไม่มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยจริง หรือไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยมีการแจ้งย้ายบุคคลเข้าบ้านแต่ละหลังเฉลี่ยประมาณ ๒๐ – ๕๐ คน
๔. หลังจากแจ้งย้ายทะเบียนบ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลัดอำเภอจำนวน ๔ ราย และเจ้าหน้าที่อีกจำนวน ๔ ราย ได้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แก่แรงงานต่างด้าวดังกล่าว ทั้งที่บุคคลเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการเรียกรับเงินค่าตอบแทนรายละประมาณ ๓๕,๐๐๐ บาท
ผลการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการจัดทำเอกสารทางทะเบียนโดยไม่ถูกต้องมากกว่า ๕๐๐ ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เอกสารทางทะเบียน หลักฐานการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่มนายหน้า และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพบ้านที่มีการแจ้งย้ายเข้า เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำพยานหลักฐานเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะขยายผลไปยังบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นที่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงต่อไปทุกกรณีความผิดต่อไป
หลังเกิดเหตุทีมข่าวเฉพาะกิจลงพื้นที่
หาข้อมูลในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ทีมข่าวได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บางรายให้ข้อมูลว่าหัวหน้าขบวนการทุจริตเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีตำแหน่งสูงกว่าระดับปลัดอาวุโสยังคงลอยนวลอยู่
งานนี้คงต้องวัดใจอธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย
จะให้ความไว้วางใจนายอำเภอนั่งบริหารงานต่อหรือเก็บเข้ากรุ
✍️ ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน