ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าในประเทศ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ ๒ เปิดเผยว่า ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ ได้สั่งการให้ นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.๒ พร้อมด้วยนายณัฐภูมิ ดอกพุฒ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.๒ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศภ.๒ ด่านศุลกากรนครพนม และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.๒ สปป.๑ กสป. ทำการตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า เนื่องจากสืบสวนเชื่อว่ามีสินค้าที่พยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรหรือหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัดผลการตรวจสอบ พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดง ได้แก่ กระเป๋า จำนวน ๑,๕๗๘ ใบ รองเท้า จำนวน ๓๖๔ คู่ ละเมิดเครื่องหมายการค้า และไวน์ เมืองกำเนิดต่างประเทศ จำนวน ๗๒ ขวด น้ำหนักรวม ๑,๖๙๐.๕๐ กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า ๖๕ ล้านบาท จึงยึดสินค้าทั้งหมดเก็บรักษาไว้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เป็นความผิดฐานยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลไม่ถูกต้อง และเป็นการนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร และหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัดอันเกี่ยวกับของนั้น ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔
✍️ ทีมข่าวรายงาน รายงาน