พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7
พร้อมด้วย
พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัยพล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7
จังหวัดนครปฐมและตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายใต้การอำนวยการของ
นางสาวอโรชา นันทมนตรี
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วย
พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อพ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง
พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี
พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิรก
พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา
รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครปฐม
ดังนี้
พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.ท.ณรงค์ แก้วศรี
รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.ท.รุ่งธรรม เมษะยศพัฒน์
พ.ต.ต.จตุพล บัวโพธิ์
สว.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม
และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม
ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดรายสำคัญ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๗ พ.ค.๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายเกียรติศักดิ์ หรือจิ๊บ อารมณ์ชื่น พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน ๑,๘๒๐,๐๐๐ เม็ด พร้อมอาวุธปืน
เหตุเกิดที่ บ้านเช่าเลขที่ ๑๗๗ ม.๕ ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ดำเนินคดีข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ฯ”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ
ตามหมายจับศาลจังหวัด ๕๖๔/๒๕๖๘ ลง ๒๖ มิ.ย.๖๘ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดร้ายแรงเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบ ฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท๑(ยาบ้า)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านาย นาย เอ (นาม สมมติ ) ผู้ต้องหาตามหมายจับได้หลบหนีมาอยู่ที่บ้าน ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงได้ขอศาลออกหมายค้นบ้านเลขที่ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ ๕๙๘/๒๕๖๘ ลง ๔ พ.ย. ๖๘ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมของกลาง คือ
๑. อาวุธปืนขนาด ๙ มม. ยี่ห้อ FN หมายเลขทะเบียน กท ๕๒๔๖๔๐๕ จำนวน ๑ กระบอก
๒. ซองกระสุนขนาด ๙ มม.
จำนวน ๑ อัน
๓. เครื่องกระสุนปืนขนาด ๙ มม. จำนวน ๗ นัด
๔. ซองพกหนังสีดำ จำนวน ๑ อัน
๕. รายงานผลตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลนครปฐม
จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.กำแพงแสน ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
จากการตรวจสอบพบว่าปนายวรวุฒิฯ มีประวัติอาชญากรรม ๓ คดี ได้แก่
๑. คดียาเสพติด (ยาบ้า) สน.ตลิ่งชัน ปี ๒๕๖๐
๒. คดีผู้ขับขี่ยาเสพติดให้โทษเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส สภ.เมืองระนอง ปี ๒๕๖๐
๓. คดีสมคบจำหน่ายยาเสพติด สภ.กำแพงแสน
ในคราวเดียวกันนี้
ภ.จว.นครปฐม ได้แถลงผลการจับกุมปฏิบัติ จับกุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและยาเสพติด
ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๖๘ - ๕ พ.ย.๖๘ มีผลการปฏิบัติดังนีั
คดีอาวุธปืน
จับกุมผู้ต้องหา ๔๗ ราย ของกลางอาวุธปืน ๔๗ กระบอก
(มีทะเบียน ๓๒ กระบอก / ไม่มีทะเบียน ๑๕ กระบอก)
เครื่องกระสุนปืน ๒๑๓ นัด
คดียาเสพติด
ผู้ต้องหา ๒๖๖ ราย รวม ๒๗๑ คน
ของกลาง:
ยาบ้า ๙,๗๗๔ เม็ด
ไอซ์ ๓๐.๔๓ กิโลกรัม
เคตามีน ๓.๕๔ กรัม
เฮโรอีน ๒๓.๓๑ กรัม
คดีสมคบ ๓ คดี
ยึดทรัพย์สินมูลค่า
รวม ๗,๒๙๗,๔๙๑ บาท
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม
ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดการสืบสวน ปราบปราม และป้องกันอาชญากรรมทุกประเภท
เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
✍️ สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม รายงาน