
แม่ทัพภาคที่ ๒ มอบเงิน ๑ ล้านบาท ให้จังหวัดศรีสะเกษนำไปช่วยเหลือผู้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ห้องประชุมห้วยสำราญ ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ ๒ ได้เป็นตัวแทนพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่๑ มอบเงิน จำนวน ๑ ล้านบาท ให้แก่นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำไปใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ทั้งบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย ตลอดจนผู้ที่พักในศูนย์อพยพต่างๆ ทั้ง ๒๒ อำเภอ นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่ ๒ ย้งได้มอบเงินจำนวน ๑ ล้านบาท ให้แก่ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อีกด้วย เพื่อนำไปใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยจากการสู้รบไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป
นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ ได้ดูแลพี่น้องประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างใกล้ชิด โดยได้จัดตั้งศูนย์พักพิงอย่างเป็นระบบ มีผู้ดูแลรับผิดชอบแต่ละศูนอย่างใกล้ชิด ในระดับอำเภอมอบนายอำเภอเป็นผู้อำนวยการศูนย์พักพิงระดับอำเภอ ขณะที่ในแต่ละศูนย์พักพิงชั่วคราว มีการแต่งตั้งผู้จัดการศูนย์ ทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการศูนย์ แบ่งหน้าที่และรับผิดชอบดูแลการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค การดูแลสุขภาพจิต รวมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยสูงสุด
สำหรับการเดินทางกลับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ ๒ กล่าวว่า ช่วงนี้ขอให้อดทนและพักอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวไปก่อน เนื่องจากหลายหมู่บ้านยังตรวจพบกระสุนปืนที่ตกในพื้นที่ อยู่ระหว่างการเก็บกู้และทำลาย ต้องให้ผ่านการเจรจาในวันที่ ๘ สิงหาคมไปก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและปลอดภัย สำหรับกรณีคำสั่งงดบินโดรน แม่ทัพภาคที่ ๒ ได้ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒๐ จังหวัด ในฐานะเป็นผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) รวมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรต้องจัดการผู้ขัดคำสั่งของ สมช. ที่ห้ามบินโดรนเด็ดขาด ต้องจับกุมดำเนินคดีและสอบสวนทางลึกเอาผิดตามกฏหมายต่อไป
บุญทัน ธุศรีวรรณ รายงาน