สนง.คุมประพฤติจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการ
“ค่ายรู้..รัก (Sense and Love)” นำกระบวนการสร้างแรงจูงใจ ชุมชนบำบัด
การพัฒนาทักษะอาชีพ
ให้ความรู้ควบคู่กับหลักธรรมมะมาปรับวิธีคิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ถูกคุมความประพฤติพร้อมติดตามให้การสงเคราะห์
ตั้งเป้า "สานพลัง สร้างสังคมปลอดภัย"
วันที่
๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่
ศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี
ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา
อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ถูกคุมประพฤติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ “ค่ายรู้..รัก (Sense and Love)” โดยมี พันเอกจักรพงษ์ โพธิ์นาแค รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ,นายพุทธาสิทธิ์ จันทร์เต็ม ประชาสมพันธ์จังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในสังกัดเขต ๔
และอาสาสมัครคุมประพฤติ ร่วมพิธี
นางวรัญญา ภวภูตานนท์
ณ มหาสารคาม ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า กรมคุมประพฤติเป็นหน่วยงงานในกระบวนการยุติธรรรรมที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไข
ปัญหายาเสพติด โดยมีภารกิจการคุมความประพฤติ
แก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ถูกคุมความประพฤติในคดี ยาเสพติด
ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ตลอดระยะเวลาที่
ผ่านมากรมคุมประพฤติได้พยายามปรับปรุง
พัฒนากิจกรรมและโปรแกรมการแก้ไขฟื้นฟูผู้เสพผู้ติดยาเสพติดให้
สอดคล้องกับสภาพปัญหาของผู้ถูกคุมความประพฤติและสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมาโดยตลอด
ซึ่งกิจกรรมโครงการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ถูกคุมความประพฤติ ระยะเวลา ๑๕ วัน
หรือ"ค่ายรู้..รัก (Sense
and Love)" ที่จัดขึ้นในวันนี้
เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กรมคุมประพฤติพัฒนาหลักสูตรขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้เข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง
มีภูมิคุ้มกันจิตใจที่เข้มแข็ง พัฒนาความคิด จิตวิญญาณ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังได้รับโอกาสในการฝึกวิชาชีพ
ที่หลากหลายและพัฒนาอาชีพตามความต้องการของตนเองและมีการนำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาผสมสานกับหลักการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ โครงการ"ค่ายรู้..รัก (Sense and
Love)" มีระยะเวลาการจัดกิจกรรม ๑๕ วัน ๑๕ คืน
จัดกิจกรรมในระหว่างวันที่ ๔๔-๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้ถูกคุมความประพฤติในคดียาเสพติด
ที่มีผลการจำแนกอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
ครอบครัวไม่สามารถดูแลให้เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ ประกอบอาชีพไม่มั่นคง จำนวน
๕๐ คน จาก ๔ สำนักงาน ได้แก่
สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุดรธานี, สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดหนองคาย,สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเลย
และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดหนองบัวลำภู ภายหลังสิ้นสุดการอบรม
สำนักงานคุมประพฤติจะมีการติดตามประเมินพฤติกรรมการเสพยาเสพติดของผู้เข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา
๑ ปี โดยในระยะ ๓ เดือนแรก จะทำการออกสอดส่องและตรวจปัสสาวะทุก ๕ วัน จำนวนทั้งหมด
๑๘ ครั้ง โดยอาสาสมัครคุมประพฤติและ
ผู้นำชุมชนในพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้เข้ารับการอบรม
ควบคู่กับการช่วยเหลือด้านการบำบัดอาการติดยาเสพติดลารช่วยเหลือด้านอาชีพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนสถานที่จัดกิจกรรม, ที่พักและสถานที่ศึกษาดูงาน หลักการเศรษฐกิจพอเพียง จากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี
ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ได้รับการสนับสนุนบุคลากรเพื่อเป็น
ทีมสหวิชาชีพในรูปแบบบูรณาการของ Life Coaching Team ซึ่งประกอบไปด้วย
นักจิตวิทยา สาธารณสุข นักสังคมสงเคราะห์ และด้านอาชีวะ
เพื่อวางแผนในการบำบัดรักษา แก้ไขฟื้นฟูจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีและโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
เขตที่ ๘ อุดรธานี วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี โครงการทหารพันรู้ดี กองพลทหารราบที่
๓ พระวิทยากร จากวัดป่าสามัคคีโนนกุดและสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุดรธานี และภายหลังสิ้นสุดการอบรมได้รับการสนับสนุนการติดตามสอดส่องจากหน่วยงานฝ่ายปกครอง
ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และอาสาสมัครคุมประพฤติ
เพื่อช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ผู้เข้ารับการอบรมเลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่ายั่งยืน