ที่ห้องแสดงใหญ่ ส่วนบริหารกิจกรรมโทรทัศน์ภาคใต้ จังหวัดสงขลา หรือ NBT สงขลา น้องๆเยาวชน จำนวน ๒๘ คน ที่ผ่านการคัดเลือกจากคลิปวิดีโอ ในรอบแรกของการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ “ชีวิตดี๊ดี ชายแดนใต้” เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม Work Shop การพัฒนาบุคลิกภาพและเพิ่มทักษะการสื่อสารที่น่าสนใจ จากอาจารย์พิศาล ต๋อ อุตสาหพงษ์ วิทยากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านทักษะการพูด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เฟ้นหาดาวเด่นนักพูดเรื่องราวดีๆในพื้นที่ชายแดนใต้
สำหรับการประกวดสุนทรพจน์ “ชีวิตดี๊ดี ชายแดนใต้” เป็นกิจกรรมที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ ๖ กรมประชาสัมพันธ์ โดยส่วนยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ฯ จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสได้แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมการประกวดการกล่าวสุนทรพจน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรรม โดยในพิธีเปิดมี นางมุจรินทร์ ทองนวล ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ ๖ เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางเยาวชนนักพูด คณะครู ผู้ปกครอง พร้อมกองเชียร์จากโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนใต้ เข้าร่วมการแข่งขัน และส่งกำลังใจกันอย่างคึกคัก
ผลการแข่งขันในครั้งนี้ปรากฏว่า นายณัฐพง พันธ์นัดธี จากโรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เอาชนะใจกรรมการ ได้รับรางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัลเป็นทุนการศึกษา จำนวน ๕,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
- รองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้แก่ นายชิษณุพงศ์ คงศรี โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลาจังหวัดสงขลา รับทุนการศึกษา ๔,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
- รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้แก่ นางสาว ชลิณีร์ นวลทอง โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลา จังหวัดสงขลา รับทุนการศึกษา ๓,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
- Popular Vote ได้แก่ นายชิษณุพงศ์ คงศรี โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลาจังหวัดสงขลา รับทุนการศึกษา ๒,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
- ชมเชย (๒ รางวัล) ได้แก่ นางสาวรุ่งระวี ยอดไกร โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จังหวัดปัตตานี และ นางสาว นุรฮายาตีย์ ตาวา โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา จังหวัดปัตตานี รับทุนการศึกษา ๑,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
สำหรับ กติกาในการแข่งขัน คือ น้องเยาวชนจะต้องกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “ชีวิตดี๊ดี ที่ชายแดนใต้” โดยต้องจับสลากเลือกหัวข้อย่อยในการพูด ได้แก่ โอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน วัฒนธรรมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชายแดนใต้ การอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนิก ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้ และท่องเที่ยววิถีชีวิตชายแดนใต้ โดยมีเวลาการในพูดไม่เกินคนละ ๓ นาที / การแข่งขันในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการสื่อสาร เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงสังคมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน นำเสนอความงามและมนต์เสน่ห์ชายแดนใต้ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้สู่สันติสุขอย่างยั่งยืน ..///