กนช. มีมติให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา ๒,๐๐๐ – ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ ๔๐ – ๖๐ เซนติเมตร จากฝนตกหนักต่อเนื่อง

เผยแพร่เมื่อ ๑๕/๐๙/๒๐๒๕ ๑๘:๔๑

กนช. มีมติให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา ๒,๐๐๐ – ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ ๔๐ – ๖๐ เซนติเมตร จากฝนตกหนักต่อเนื่อง

คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) มีมติให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา ๒,๐๐๐ – ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ ๔๐ – ๖๐ เซนติเมตร จากฝนตกหนักต่อเนื่อง

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากฝนตกหนักต่อเนื่องบริเวณตอนบนด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ขณะนี้ กรมชลประทาน ได้ใช้กลไกบริหารจัดการด้วยการทดน้ำและนำน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มศักยภาพแล้ว แต่ยังมีปริมาณน้ำส่วนเกินที่จำเป็นต้องระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ได้มีมติเห็นชอบให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา ๒,๐๐๐ – ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ ๔๐ – ๖๐ เซนติเมตร โดยจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำแม่ บริเวณ.โพนางดำออก และบ้านท่าทราย .สรรพยา จังหวัดชัยนาท // วัดสิงห์ .อินทร์บุรี, อ.พรหมบุรี และ วัดเสือข้าม อ.เมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี // วัดไชโย .เทวราช .ไชโย, อ.ป่าโมก รวมทั้ง คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง // .หัวเวียง .เสนา, ต.ลาดชิด และ ตท่าดินแดง อ.ผักไห่ รวมถึงพื้นที่แม่น้ำน้อย สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ และคลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นกรมชลประทานได้ติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ำ - เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย ควบคู่กับการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด