กยท.จ.ยะลา เริ่มซื้อขายยางตามมาตรฐาน EUDR หนุนเกษตรกรได้ราคาพรีเมียม เข้าถึงตลาดโลก
วันนี้ ๙ กันยายน ๒๕๖๘ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา (กยท.จ.ยะลา) ร่วมกับสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดยะลา จัดการซื้อขายยางก้อนถ้วยตามมาตรฐาน EUDR (EU Deforestation Regulation) หรือกฎระเบียบว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป โดยเกษตรกรชาวสวนยางได้นำยางก้อนถ้วยเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ประมาณ ๖,๐๐๐ กิโลกรัม ซึ่งทางสำนักงานตลาดกลางยางพพาราจังหวัดยะลา ตั้งราคาที่เหมาะอยู่ที่ ๓๓ บาท/กิโลกรัม ในขณะที่ราคาที่มีการตกลงซื้อขายจริงอยู่ที่ ๓๔.๓๐ บาท และบริษัท เกดยางพารา เป็นผู้รับซื้อยางในราคาในครั้งนี้
นายพนัสพล โกสิยาภรณ์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา เผยว่า การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา ได้เตรียมพร้อมในการซื้อขาย EUDR ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยดำเนินการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้สามารถระบุและแยกแยะพื้นที่สวนยาง และทราบได้ว่าผลผลิตยางจากสถาบันเกษตรกรที่นำมาขายผ่านตลาดกลาง กยท. มาจากสวนยางของสมาชิกรายใด และเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถซื้อขายยางได้ถูกกฎหมายและได้ราคาที่ดีกว่าเดิม
สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจจะซื้อขายยาง EUDR ก็ให้ตรวจสอบตนเองว่า
ได้ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และแจ้งพิกัดแปลงให้การยางแห่งประเทศไทย ให้รีบดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย EUDR และสามารถซื้อขายยางได้อย่างถูกต้อง ได้ราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งประโยชน์หลักของกฎระเบียบการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) คือ ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก, ยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทย, และส่งเสริมให้ธุรกิจไทยดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาลและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการผลักดันให้ไทยปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Due Diligence) ให้มีมาตรฐานและโปร่งใสยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยาง
ทางด้านนายซูเพียน สะมะ รองประธานกลุ่มชาวสวนยาง กยท. บ้านจะรังตาดง กล่าวว่า การที่ กยท. สนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันขายยางแบบ EUDR ทำให้สามารถขายแบบประมูลได้ราคาที่สูงกว่าราคาตลาดทั่วไปอย่างมาก สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ปริมาณยางที่นำมาขายเพิ่มขึ้นจาก ๔ ตัน เป็น ๗ ตัน และ ๑๐ ตัน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการชักชวนชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงให้เข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นายซูเพียนกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณ กยท.จ.ยะลา และ กยท.สาขารามัน ที่เข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน