ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจราชการสถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน พร้อมมอบนโยบาย

ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจราชการสถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน พร้อมมอบนโยบาย

ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจราชการสถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน พร้อมมอบนโยบาย

ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมคณะ พล.ต.ต. ฐากูร นิ่มสมบุญ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ. อำนาจ โฉมฉาย รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 รวมทั้งคณะที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางมาตรวจราชการ ณ สถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน (สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2) บ้านน้ำฮู หมู่ 5 ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายอเนก ปันทะยม นายอำเภอปาย นำหัวหน้าส่วนราชการ พ.ต.อ.ทีฆวุฒิ บัณฑิตชูสกุล ผกก.สภ.ปาย พ.ต.ต.สุวิทย์ บุณยะเพ็ญ สารวัตรหัวหน้าตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน นางสาวจิราวดี อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าที่ ร.ต.ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานแม่ฮ่องสอน นายชัยวิชช์ สัมมาชีวะวัฒน์ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย (และประธานที่ปรึกษาสถานีตำรวจท่องเที่ยวปาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การต้อนรับคณะ
ต่อมา

พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมคณะร่วมประชุมรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของสถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน และได้มอบนโยบายการดูแลความปลอดภัยของ ความมั่นคง และการเตรียมพร้อมในการดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นคณะได้เดินทางไปสังเกตการณ์ การจัดกิจกรรมล่องห่วงยางในแม่น้ำปาย บริเวณเชิงสะพานบ้านเวียงเหนือพบมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศจำนวนมากนับร้อยคน กำลังเล่นล่องห่วงยางกันอย่างคึกคักและสนุกสนาน สร้างความประทับใจแก่คณะเป็นอย่างมาก กิจกรรมดังกล่าวโด่งดังไปทั่วประเทศช่วงฤดูร้อน.

เกียรติศักดิ์ รักสัตย์ /เกียรติยศ รักสัตย์ ทีมข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน.

(มีคลิป) 2 เด็กชาย ฐานะยากจน เลื่อมใสพระพุทธศาสนาบวชทดแทนคุณพ่อ – แม่ ที่งานประเพณีปอยส่างลอง “วัดสันมะเกี่ยง” 

2 เด็กชาย ฐานะยากจน เลื่อมใสพระพุทธศาสนาบวชทดแทนคุณพ่อ – แม่ ที่งานประเพณีปอยส่างลอง “วัดสันมะเกี่ยง”

“วัดสันมะเกี่ยง” จัดงานประเพณีปอยส่างลอง อย่างยิ่งใหญ่ งดงามตามประเพณีพี่น้องชาติพันธุ์ไทยใหญ่ แต่ปีนี้มีเด็กชาย 2 คนพี่น้อง ที่ฐานะยากจน เลื่อมใสพระพุทธศาสนาอยากบวช แต่ไม่ได้แต่งเป็นส่างลอง เหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ทางวัดก็บวชให้ เด็กชาววัย 9 ขวบและ 11 ขวบ สองคนพี่น้อง ชาวไทใหญ่ แต่สองพี่น้องจะแตกต่างจาก ส่างลองคนอื่นๆ ถึงจะมีฐานะยากจน แต่ก็อยากจะบวชทดแทนคุณให้กับบิดา -มารดา จึงได้มาร่วมพิธีบรรพชาเป็นสามเณรด้วย แต่ก็จะแต่งกายในชุดปกติทั่วไป ไม่ได้แต่งชุดส่างลอง ที่สวยงามในชุดเจ้าชายน้อย ขี่คอเดินรอบพระอุโบสถ แต่ก็มีเครื่องอัฐบริขารครบ ใช้วิธีเดินเท้าพร้อมกับมารดาและญาติจนครบ 3 รอบ ก่อนจะขึ้นบนพระอุโบสถ เพื่อบรรพชาเป็นสามเณร

“ปอยส่างลอง” เป็นประเพณีของพี่น้องชาวไทใหญ่ ที่จะบวชเรียนให้กับลูกหลาน ในช่วงปิดภาคเรียน โดยพ่อแม่ผู้ปกครอง จะมีการเตรียมงานมาเป็นปี เพื่องานนี้โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายที่สวยงาม ที่มีให้เปลี่ยนจำนวนหลายชุด ในการสวมใส่เพื่อร่วมขบวนแห่ ไปตามชุมชนเพื่อบอกบุญ โดยให้บรรดาญาติพี่น้องเปลี่ยนกันให้ส่างลองขี่คอ เดินแห่ไปรอบพระอุโบสถ พร้อมกับขบวนเครื่องอัฐบริขาร ที่จะใช้ในการจำวัด

นายฉันทการ นายทร น้าชายของน้องบอกว่า การที่จะแต่งเป็นเจ้าชายน้อย จะต้องมีเงินพอสมควร ถึงจะแต่งกายเป็นล่างลองให้สวยงาม ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของมีค่า และมีเครื่องอัฐบริขาร เพื่อร่วมในขบวนแห่ โดยการขี่คอญาติผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค แม้ว่าฐานะจะยากจนก็สามารถเข้าร่วมบรรพชาได้

พระครูปลัดทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง

ทางด้านพระครูปลัดทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง บอกว่า ทางวัดไม่ได้แบ่งแยกฐานะ บวชให้เยาวชนทุกคน แบบเท่าเทียม ตามประเพณีของล้านนา ตามหลักศาสนาพุทธ และยังส่งเสียดูแลในการเรียนหนังสือฟรี ในช่วงที่บวชเรียน ทั้งนี้การบวชเพื่อเป็นการทดแทนคุณบิดา -มารดา เป็นความสุขใจสูงสุด ของผู้ปกครองที่บุตรหลานได้บรรพชาเป็นสามเณร จะได้บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่และยังเป็นการทะนุบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป.

พะเยา ห้องสมุดมีชีวิต Phayao Learning City Fest & Forum3 เปิด “อุทยานการเรียนรู้พะเยา” (TK Park Phayao)

วันที่ 29 มีนาคม 2566 โครงการพะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้ เข้าสู่ UNESCO ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา จัดกิจกรรม Phayao Learning City Fest & Forum3 และเปิดอุทยานการเรียนรู้พะเยา (TK ParkPhayao) โดย ว่าที่ ร.ต. ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศ. ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และผู้เกี่ยวข้อง
ร่วมเปิดงาน ที่เทศบาลเมืองพะเยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา สถาบันอุทยานการเรียนรู้ ได้จัดตั้งขึ้น

ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย กล่าวว่า โครงการพะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้ เข้าสู่ UNESCO ระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) และพัฒนาคนให้มีทักษะเหมาะสมกับศตวรรษที่ 21

ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม Phayao Learning City Fest & Forum3 และพิธีเปิดอุทยานการเรียนรู้พะเยา (TK ParkPhayao) กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน จึงเห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดพะเยา อันก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน หลายหน่วยงานมีการจัดการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน ทั้งการสร้างพื้นที่สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำภายใต้แนวคิด ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และยังสร้างความภาคภูมิใจแก่คนในพื้นที่ ทุกส่วนงาน หน่วยงาน ชุมชน และประชาชนทุกคนล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้จังหวัดพะเยาได้เป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของUNESCO


สำหรับอุทยานการเรียนรู้พะเยา TK Park Phayao “ห้องสมุดมีชีวิตแห่งแรกในจังหวัดพะเยา” ริมกว๊านพะเยา เป็นแหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน มีหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย สามารถ สมัครสมาชิกฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้บริการยืมหนังสือ ศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ และ INTERNET เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดบริการวันจันทร์) ติดต่อสอบถาม โทร.054-072252 Facebook

ภายในอุทยานมี KIDS ZONE มีพื้นที่สำหรับเด็กและเยาวชน แหล่ง รวมหนังสือ สือ และของเล่นเสริม สร้างพัฒนาการหลากหลายที่แบ่ง ตามช่วงวัย พื้นทีแสดงผลงานของชุมุชน การอบรมเชิงปฏิบัติการ และพื้นที่ การมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเมืองพะเยา เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้
LIVING LIBRARY ห้องสมุดมีชีวิตเป็นพื้นที่ สื่อที่ทันสมัยหลากหลาย ให้บริการด้านหนังสือ และผลิตภัณฑ์จากชุมชน โรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองพะเยา และกิจกรรม การแข่งขัน หุ่นยนต์อัจฉริยะ ด้วยดังกล่าว

อบต.เขาพระ อำเภอเมืองนครนายก ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบธนาคารน้ำใต้ดินจนประสบผลสำเร็จ

อบต.เขาพระ อำเภอเมืองนครนายก ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบธนาคารน้ำใต้ดินจนประสบผลสำเร็จในการดำเนินการ บริหารจัดการน้ำด้วยระบบของธนาคารน้ำใต้ดินจากต้นน้ำ สู่กลางน้ำสู่ ปลายน้ำ ทั้ง2 ระบบ คือ ระบบเปิด และระบบ ปิด ในเฟสที่ 1 และ 2 ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

นายพงษ์สวัสดิ์ ธีระวัฒนกุล นายก อบต.เขาพระ นายนิกร มุขดา ประธานสภาอบต.เขาพระ นายสมบัติ ศรแก้ว รองประธานสภา อบต.เขาพระ สมาชิกสภา อบต.เขาพระ ทั้ง 13 หมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ กองช่าง อบต.เขาพระ ร่วมกับนายชาตรี๊ ศรีวิชาฐา นายก อบต.เก่าขาม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ต้นแบบโครงการ ธนาคารน้ำใต้ดินแห่งประเทศไทย โดยหลังจากที่ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบธนาคารน้ำใต้ดินจนประสบผลสำเร็จในการดำเนินการ บริหารจัดการน้ำด้วยระบบของธนาคารน้ำใต้ดินจากต้นน้ำ สู่กลางน้ำสู่ ปลายน้ำ ทั้ง2 ระบบ คือ ระบบเปิด และระบบ ปิด ในเฟสที่ 1 และ 2 ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยได้ขยายผลทำการวางแผน ออกแบบระบบการ จัดการน้ำด้วยรูปแบบธนาคารน้ำใต้ดินเฟสที่ 3 ซึ่งได้กำหนดจุดและตำแหน่งเพิ่มเติมอีก 15 จุด ในพื้นที่ตำบลเขาพระหมู่ ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 7 หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการธนาคารน้ำฯ สำหรับดำเนินงานครบ ทุกจุดตามแผนงานที่กำหนดไว้ จะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ตำบลเขาพระได้แบบเบ็ดเสร็จ และยั่งยืนควบคู่ไปกับ การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เชิงธรรมชาติ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมอาชีพการปลูกพืชผักปลอดภัยสู่เกษตร อินทรีย์ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำตามลำคลองต่างๆ ในพื้นที่ตำบลเขาพระ เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารให้กับพี่น้องประชาชนได้ อีกทั้งยังส่งผลให้เกษตรกรมีน้ำไว้ใช้ในกิจการ ของตนเองตลอดทั้งปี และในอนาคตข้างหน้าในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตำบลเขาพระ ซึ่งจากเดิม ตามพระราชบัญญัติการขออนุญาตก่อสร้างบ้าน กำหนดให้มีการทำบ่อดักไขมัน อบต.เขาพระจะกำหนดให้เพิ่มการทำบ่อธนาคารน้ำ ใต้ดินระบบปิดทุกบ้าน (โครงการ 1 บ้าน 1 บ่อ) เพื่อรองรับน้ำเสียจากการใช้น้ำในครัวเรือน และบ่อดักไขมันควบคู่ไปพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้คือ ความมั่นคงยั่งยืนที่อยากให้เกิดขี้นในพื้นที่ตำบลเขาพระ ควบคู่ไปกับวิถีการดำเนินชีวิตสู่รุ่นลูกรุ่นหลานตลอดไป

สรุปโครงการธนาคารน้ำใต้ดินทั้ง 2 ระบบ ตามแผนงานนโยบายที่กำหนดไว้ 3 เฟส รวมทั้งหมด 37 จุด
เฟสที่ 1 จำนวน 6 จุด 1. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองห้วยทราย (กลุ่มบ้านเนินแพง) หมู่ที่ 9 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อ ตกตะกอน , บ่อชะลอน้ำ,บ่อรับน้ำ (ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว) 2. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองห้วยทราย (ศาลาเอนกประสงค์) หมู่ที่ 9 จำนวน 4 บ่อ 3. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองโกรกกะโหย่ง (ซอยสามัคคี2) หมู่ที่ 12 จำนวน 9 บ่อ ประกอบด้วยบ่อ ตกตะกอน 6 บ่อ, บ่อรับน้ำ 3 บ่อ 4. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองมะนาวตอนบน หมู่ที่ 12 จำนวน 6 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 3 บ่อ, บ่อรับน้ำ 3 บ่อ 5. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองทรายทอง หมู่ที่ 12 จำนวน 3 บ่อ 6.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองห้วยทราย (สะพานเขาแหลม) หมู่ที่ 13 จำนวน 4 บ่อ
เฟสที่ 2 จำนวน 16 จุด 1. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด (แบบผันน้ำ) บริเวณคลองโก1 หมู่ที่ 13 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน ,บ่อสังเกตการณ์(บ่อบาดาล),บ่อเติมน้ำ 2. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองโก2 หมู่ที่ 13 จำนวน 4 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2 บ่อ , บ่อชะลอน้ำ 1บ่อ,บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 3. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองโก3 หมู่ที่ 13 จำนวน 4 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2 บ่อ , บ่อชะลอน้ำ 1บ่อ,บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 4. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองม่วง1 หมู่ที่ 10 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน , บ่อชะลอน้ำ, บ่อเติมน้ำ 5. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองม่วง2 หมู่ที่ 10 จำนวน 4 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2 บ่อ , บ่อชะลอ น้ำ 1บ่อ,บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 6. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองม่วง3 หมู่ที่ 10 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน, บ่อชะลอน้ำ, บ่อเติมน้ำ 7. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองม่วง4 หมู่ที่ 10 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน, บ่อชะลอน้ำ, บ่อเติมน้ำ 8. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองเข้1 หมู่ที่ 9 จำนวน 5 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2 บ่อ , บ่อชะลอน้ำ 2บ่อ,บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 9. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองเข้2 หมู่ที่ 9 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน, บ่อชะลอน้ำ,บ่อเติมน้ำ 10. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองเข้3 หมู่ที่ 9 จำนวน 4 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2 บ่อ , บ่อชะลอน้ำ 1บ่อ,บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 11. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองเข้4 หมู่ที่ 8 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน,บ่อชะลอน้ำ,บ่อเติมน้ำ 12. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อวงแหวน) บริเวณคลองเข้5 หมู่ที่ 10 จำนวน 1 บ่อ 13. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองห้วยทราย1 (หลังวัดกุตตะเคียน) หมู่ที่ 8 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วย บ่อตกตะกอน, บ่อชะลอน้ำ,บ่อเติมน้ำ 14. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองห้วยทราย2 หมู่ที่ 8 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน, บ่อชะลอ น้ำ,บ่อเติมน้ำ 15. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองห้วยทราย3 เชื่อมต่อระหว่าง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน, บ่อชะลอน้ำ,บ่อเติมน้ำ 16. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองตาจัน-คลองแสง หมู่ที่ 5 จำนวน 3 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 2บ่อ, บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ
เฟสที่ 3 จำนวน 15 จุด 1. ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแสง บ้านยายรุณ หมู่ที่ 7 จำนวน 2 บ่อ 2.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแสง มุมเสบียง หมู่ที่ 7 จำนวน 4 บ่อ 3.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด บริเวณคลองแสง หน้าวัดบ้านขาม หมู่ที่ 7 จำนวน 4 บ่อ แบ่งเป็น บ่อตกตะกอน 3 บ่อ บ่อเติมน้ำ 1 บ่อ 4.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ และกำแพงกันน้ำ) บริเวณคลองวังตูม หน้าวัดวังตูม หมู่ที่ 1 จำนวน 2 บ่อ 5.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อวงแหวน) บริเวณสระอาเหลา บ้านเกาะกระชาย หมู่ที่ 2 จำนวน 1บ่อ 6.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้ง หมู่ที่ 1 จำนวน 3 บ่อ 7.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้ง หมู่ที่ 6 จำนวน 3 บ่อ 8.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้งฝายคอนกรีต หมู่ที่ 6 จำนวน 3 บ่อ 9.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้งจุดที่ 3 หมู่ที่ 6 จำนวน 3 บ่อ 10.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้งจุดที่ 4 หมู่ที่ 6 จำนวน 2 บ่อ 11.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด (บ่อเติมน้ำ) บริเวณคลองแล้ง หมู่ที่ 7 จำนวน 3 บ่อ 12.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด (แบบผันน้ำ) บริเวณซอยอาระยา บ้านเกาะกระชาย หมู่ที่ 2 จำนวน 2บ่อ
13.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด (แบบผันน้ำ) บริเวณซอยเจริญสุข บ้านเกาะกระชาย หมู่ที่ 2 จำนวน 2บ่อ 14.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด (แบบผันน้ำ+รางระบายน้ำไร้ท่อ) บริเวณเขาไม้พลวง หมู่ที่ 4 จำนวน 2บ่อ 15.ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด (แบบผันน้ำ) หมู่ที่ 7 จำนวน 3 บ่อ


สมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่// ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

ก.แรงงาน ผนึกกำลัง 3 มูลนิธิ ลงนามความร่วมมือ ส่งเสริมคนพิการมีงานทำ ยกระดับคุณภาพชีวิต

วันที่ 29 มีนาคม 2566 นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วย “การส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ” ระหว่าง กระทรวงแรงงาน โดย กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ร่วมกับ มูลนิธิเลนำคิน มูลนิธิภาณี ยิบอินซอย และมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ โดยมี บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ประธานมูลนิธิเลนำคิน ประธานมูลนิธิภาณี ยิบอินซอย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

นายสุรชัย กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีนโยบายสำคัญเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคใน “กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ” โดยผู้พิการถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญที่จะต้องส่งเสริมให้มีงานทำ มีรายได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานพยายามดำเนินการเพื่อให้คนพิการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งงานว่าง การแนะแนวอาชีพ การฝึกอาชีพ การพัฒนาฝีมือ ตลอดจนการฟื้นฟูศักยภาพเพื่อให้ผู้พิการสามารถทำงานและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ กระผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันทำให้คนพิการได้มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล และกระทรวงแรงงานที่จะให้คนไทยทุกคนมีความสุขด้วยกันโดย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และในโอกาสที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนา คนพิการ มูลนิธิเลนาคิน มูลนิธิภาณี ยิบอินซอย ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วย “การส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ”

นายสุรชัย กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับให้บริการข้อมูลการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมด้านการฟื้นฟูด้านอาชีพแก่คนพิการ บริการฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน บริการแนะแนวอาชีพและจัดหางาน การพัฒนาผู้ฝึก การให้บริการสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีต่างๆ และรวบรวมข้อเสนอในการพัฒนานโยบาย หรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีงานทาของคนพิการอีกด้วย นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงออกถึงการรวมพลังของภาครัฐ และภาคเอกชนในการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันทำให้คนพิการได้มีงานทำ มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งดูแลคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมการมีงานทำแก่แรงงานทุกกลุ่ม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม,เจ้าคณะภาค 7,เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พล.ต.ณัฏภัทร์ นพนาคจัน หัวหน้าศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการปิโตเลียมและกาพลังงานทหารจังหวัดเชียงใหม่ อ่านประกาศคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีเจริญชัยมงคลคาถาถวายการต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน) ฉายา กิตติโสภโณ อายุ 73 พรรษา 53 วิทยฐานะ น.ธ.เอก,พธ.ม.(กิตติ์),ศศด.(กิตติ์) ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางคณะสงฆ์ คณะศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิต ณ วัดเชตวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

ทรงวุฒิ ทับทอง /ณัฐพล แสนเมืองมา

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม,เจ้าคณะภาค 7,เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พล.ต.ณัฏภัทร์ นพนาคจัน หัวหน้าศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการปิโตเลียมและกาพลังงานทหารจังหวัดเชียงใหม่ อ่านประกาศคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีเจริญชัยมงคลคาถาถวายการต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน) ฉายา กิตติโสภโณ อายุ 73 พรรษา 53 วิทยฐานะ น.ธ.เอก,พธ.ม.(กิตติ์),ศศด.(กิตติ์) ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางคณะสงฆ์ คณะศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิต ณ วัดเชตวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

ทรงวุฒิ ทับทอง /ณัฐพล แสนเมืองมา

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม,เจ้าคณะภาค 7,เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พล.ต.ณัฏภัทร์ นพนาคจัน หัวหน้าศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการปิโตเลียมและกาพลังงานทหารจังหวัดเชียงใหม่ อ่านประกาศคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีเจริญชัยมงคลคาถาถวายการต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน) ฉายา กิตติโสภโณ อายุ 73 พรรษา 53 วิทยฐานะ น.ธ.เอก,พธ.ม.(กิตติ์),ศศด.(กิตติ์) ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางคณะสงฆ์ คณะศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิต ณ วัดเชตวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

ทรงวุฒิ ทับทอง /ณัฐพล แสนเมืองมา

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

คณะสงฆ์ – ศรัทธา – ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิตต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม,เจ้าคณะภาค 7,เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พล.ต.ณัฏภัทร์ นพนาคจัน หัวหน้าศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการปิโตเลียมและกาพลังงานทหารจังหวัดเชียงใหม่ อ่านประกาศคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีเจริญชัยมงคลคาถาถวายการต้อนรับ พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน) ฉายา กิตติโสภโณ อายุ 73 พรรษา 53 วิทยฐานะ น.ธ.เอก,พธ.ม.(กิตติ์),ศศด.(กิตติ์) ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางคณะสงฆ์ คณะศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ร่วมถวายมุทิตาจิต ณ วัดเชตวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

ทรงวุฒิ ทับทอง /ณัฐพล แสนเมืองมา

กาฬสินธุ์เตรียมส่งปปช.เชือดคดีตำรวจสืบเมืองกาฬสินธุ์รีดเงินยาบ้า

กาฬสินธุ์เตรียมส่งปปช.เชือดคดีตำรวจสืบเมืองกาฬสินธุ์รีดเงินยาบ้า พนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนคดีชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์เรียกรับเงิน 5 แสนบาทแลกปล่อยตัวคดียาเสพติดให้กับปปช.ลงดาบ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

จากกรณีตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ 3 นาย ถูกตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์จับกุมคาห้องสืบสวนภายในโรงพัก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ หลังร่วมกันเรียกรับเงินจากญาติผู้ต้องหาคดียาเสพติด 5 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด และเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน 3 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ส่วนอีก 8 นายที่ถูกกล่าวหาซัดทอดอยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุม สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.อิทธเดช สุนทร ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัณหา รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

โดยพ.ต.อ.อิทธเดช สุนทร ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีเดียวกัน แต่ขั้นตอนต้องแบ่งการสอบสวนเป็น 2 ส่วน ซึ่งส่วนแรกเป็นการจับกุมตำรวจชุดสืบสวน 3 นาย ประกอบด้วย ยศ ด.ต. อายุ 27 ปี, ยศ ส.ต.อ. อายุ 30 ปี และ ยศ ส.ต.อ. อายุ 27 ปี 3 ราย พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 364,000 บาทในห้องสืบสวน ซึ่งเป็นการจับกุมตัว พร้อมของกลาง หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้สอบปาก 3 นายแล้ว และทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอไม่ให้การในชั้นสอบสวน และขอให้การในชั้นศาล รวมทั้งได้ตำแหน่งประกันตัวออกไป

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทั้งนี้ในส่วนเรื่องของวินัยทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัย และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้กับป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตามขั้นของกฎหมาย

พ.ต.อ.อิทธเดช กล่าวต่อว่า ในส่วนที่สอง ซึ่งในวันจับกุมผู้เสียหายมีการให้การว่ามีตำรวจชุดสืบสวนอีก 8 นายเกี่ยวข้อง ประกอบด้วยนายตำรวจยศ “ร.ต.อ.”, นายตำรวจยศ “ร.ต.ท.”, ตำรวจยศ “ด.ต.” 2 นาย, ตำรวจยศ “จ.ส.ต.” 3 นาย และตำรวจยศ “ส.ต.อ.” อีก 1 นายนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว และอยู่ระหว่างการวบรวมพยานหลักฐานว่าทั้ง 8 นาย มีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ มีกี่คน และ จะเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด ซึ่งหลังจากนั้นจะจะเรียกตัวทั้ง 8 นายมาสอบปากคำ ก่อนสรุปสำนวนส่งให้กับปปช.พิจารณาในการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกันกับตำรวจ 3 คนแรก เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ คาดว่าจะสามารถสรุปส่งให้กับปปช.ได้ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับของกลางยาบ้านั้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีของกลางยาบ้า 2,000 เม็ดที่กล่าวอ้าง รวมทั้งได้สอบปากคำผู้ที่ถูกคุมตัวมาแล้วก็ให้การว่าไม่มียาบ้า