google.com, pub-2709829493138336, DIRECT, f08c47fec0942fa0

ชาวนราฯร่วมติดตามการประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯ

สำหรับบรรยากาศการรับฟังและรับชมการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า โดยภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตครั้งที่ผ่านมา แม้พรรคก้าวไกลจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในมุมกลับพรรคก้าวไกลสามารถเก็บชัยชนะในภาพรวมทั้งประเทศ มากกว่าทุกพรรคการเมืองจนได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สร้างความสนใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาสเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เพราะต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถือว่านายพิธา เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดความอ่านสามารถนำประเทศก้าวสู่การพัฒนาความเจริญในอนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรีในทุกๆสมัยที่ผ่านมา ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ดีเท่าที่น่าจะเป็น

จากการตรวจสอบที่ร้านขายกาแฟแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบว่า มีประชาชนเกือบทุกสาขาอาชีพ ได้มารับชมการถ่ายทอดสดการประชุม เพื่อพิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย โดยทางร้านได้ถือโอกาสเปิดโทรทัศน์ให้ลูกค้าได้รับชม โดยทุกคนได้ถือโอกาสพูดคุยแสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้นายพิธา ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่มีความคิดความอ่านที่สามารถนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนำพาประเทศสู่การพัฒนาที่เราได้เสียโอกาสมานานพอแล้ว

นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

เทศบาลเมืองจันทบุรีส่งเสริมประชาธิปไตยเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน ที่ 4 ริมน้ำตลาดล่างเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง

ที่ศาลเจ้าที่ตลาดล่าง ริมน้ำจันทบูร นายกิจฐพร โชติสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่เทศบาล ร่วมประชุม และเป็นสักขีพยานในการเลือกคณะกรรมการชุมชนที่ 4 เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้มีมติในการเลือกประธานชุมชน และคณะกรรมการในทางลับ ลงคะแนนเสียงแบบประชาธิปไตย ซึ่งผู้มีสิทธิ์เป็นประชาชนในเขตชุมชนที่ 4 ร่วมออกเสียงลงคะแนน และผลการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม

โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการชุมชนที่ 4 เทศบาลเมืองจันทบุรี 9 คน ประกอบด้วย 1. นายประมูล แซ่เฮ้ง (ประธาน) 2.นางกนิฏฐา กิตติกูลกิจ (รองประธาน) 3.นางวันดี กุหลาบ (เลขานุการ) 4.นางสาว เรืองไร ชวุโฒ (เหรัญญิก)5.นางอุไร ทรัพย์บรรจง (กรรมการ) 6.นางอำพรรณ เจา (กรรมการ) 7.นางลมัย รัตนสุทธาวดี (กรรมการ) 8.นายสมคิด ศิริวาระกุล (กรรมการ) และ 9.นายกรกช โชติพงษ์ (กรรมการ)

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี “พิธา”ให้สัมภาษณ์ไม่วิตกกังวลเลือกตั้งนายก วันที่13นี้ พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์

เวลา 16.30 น.วันที่ 10 ก.ค.66 ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้ดำหมูกรอบ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนขึ้นรถขบวนแห่ไปขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ปทุมธานียังไม่ได้เคยลงมาขอบคุณพี่น้องประชาชนพอมีเวลาว่างก็รีบลงมาขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนและก็รับฟังปัญหาต่างๆด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหลือเวลาอีก 3 วันจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีมีความวิตกกังวลอย่างไรบ้างนายพิธาตอบว่า ก็อย่างที่คาดไว้เมื่อถึงเวลางวดเข้ามาในเรื่องของการบริหารจัดการต่างๆไม่ให้เกิดความคาดหมายและพร้อมที่จะให้บริการหลังจากที่ได้รับเลือกไปซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการให้ไปชี้แจงใดๆซึ่งตนเองก็ไม่ได้เข้าไปที่พักก็ยังไม่ได้ทราบข้อมูลอะไรมากพร้อมทั้งสั่งคนที่บ้านไว้ถ้ามีปัญหาอะไรก็พร้อมที่จะชี้แจงได้ทันทีซึ่งปัญหาต่างๆมันขัดกับระเบียบของกกตอยู่แล้วเพราะมีกระบวนการในการตรวจสอบซึ่งก็จะเรียกร้องกระบวนการความเป็นกลางต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลไหมเกี่ยวกับเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการป่วนในการเลือกนายกพิธาตอบว่ายังไม่เห็นเป็นข่าวซึ่งก็คงจะขึ้นอยู่กับประธานสภาและรองประธานสภาโดยรวมในการบริหารจัดการการประชุม ท่าที่ตนเองเข้าใจจะเป็นเรื่องของการประชุมขั้นตอนกระบวนการลงมติในการเลือกนายกรัฐมนตรีถ้าจะให้อนุมานว่าราบรื่นเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิปพรรคร่วมรัฐบาล ตนเองมองว่าเหตุการณ์ข้างหน้านั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องฟ้าดินแต่เป็นเรื่องสำคัญของประชาชนในการเลือกผู้นำประเทศในช่วงนี้เพราะตนเองได้รับความชอบธรรมมาจากประชาชนแต่ก็แน่นอนเราก็จะต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝนในช่วงของภัยแล้งซึ่งก็ต้องพูดคุยกับกรมอุตุนิยมวิทยาในหลายๆเรื่องในการลงพื้นที่หลายๆครั้งก็ต้องอธิบายถึงคือทางพักก้าวไกลก็จะต้องลงมาขอบคุณประชาชนแล้วก็ต้องปกป้องเสียงจากประชาชน 25 ล้านเสียงที่ให้พักร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรคไม่ใช่ให้ประชาชนมาปกป้องผมผมต้องลงไปปกป้องเสียงของที่มอบให้แก่พักร่วมทั้ง 8 พรรคคือมาขอยืนยันว่าประชาชนเขาตั้งใจออกมาลงคะแนนเสียงจึงต้องลงพื้นที่และรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพราะว่าถึงเวลาประชุมครม.นัดแรกจะมาคอยวนไปวนมาไม่ได้เราจะต้องทำงานเลยอย่างที่บอกเรื่องงบประมาณผมขอตอบให้ชัดเลยประชาชนไม่ได้มาปกป้องผมผมจะต้องปกป้องประชาชนและก็จะต้องอัพเดทอยู่ตลอดเพื่อให้เกิดความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเนื่องจากเวลาผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วซึ่งตนเองไม่ได้มีความวิตกกังวลใดๆกับเหตุการณ์ข้างหน้าตนเองเตรียมความพร้อมมาตลอด 4 ปีและติดตามเรื่องการเมืองมาอย่างต่อเนื่องและพร้อมจะเผชิญกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

สญชัย คล้ายแก้ว/รายงาน

เพชรบุรี-” ป.ป.ช.ลงดาบเชือด นายกดำ” พ้นสภาพนายก ทต.ท่าไม้รวก ” ชี้มูล ร่ำรวยผิดปกติทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า88ล้าน แต่หนี้สินลด ลงผิดปกติ

เพชรบุรี-” ป.ป.ช.ลงดาบเชือด นายกดำ” พ้นสภาพนายก ทต.ท่าไม้รวก ” ชี้มูล ร่ำรวยผิดปกติทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า88ล้าน แต่หนี้สินลด ลงผิดปกติ

สืบเนื่องจากมีคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี ที่1065/2566 ให้นายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน หรือ “นายกดำ” นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี “พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก” โดยคำสั่งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่21ตุลาคม 2565
โดยในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า คณะกรรมการ ปปช.ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนนายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก ว่าร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งคณะกรรมการ ปปช.ได้รับไว้พิจารณาและมอบหมายคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น เพื่อดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น พร้อมทั้งจัดทำรายงานการไต่สวนเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการ ปปช พิจารณา ต่อมาคณะกรรมการ ปปช.พิจารณาวินิจฉัยตามรายงานและสำนวนการไต่สวน คดีหมายเลขดำที่ 29-1-129/2563 คดีหมายเลขแดงที่234-1-20/2565 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นว่า นายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฏหมาย สืบเนื่องมาจากการปฎิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ (ทรัพย์สินที่ชี้แจงไม่ได้)จำนวน32รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 88,426,011.26บาท ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา122แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ให้นายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ปปช โดยหากนายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน ประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่ง

ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพชรบุรี หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนส่งไปยังศาลปกครองเพชรบุรีภายใน90วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งหรือได้รับทราบคำสั่งตามมาตรา49แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง สั่ง ณ วันที่15มิถุนายน 2566 ลงชื่อ นายณัฎฐชัย นำพลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
และภายหลังนายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง ได้รับหนังสือแจ้งจากจังหวัดเพชรบุรีตามคำสั่งที่1065/2566 ขอให้สั่งให้นายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวกให้มีผลตั้งแต่วันที่21ตุลาคม 2565
ดังนั้นการดำรงตำแหน่งของนายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า”นายกดำ” ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยพลัน และส่งผลให้รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทญมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี พ้นจากตำแหน่งด้วย ดังนั้น เทศบาลตำบลท่าไม้รวกต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา11แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 โดยจัดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นภายใน60วันนับแต่วันที่ผู้บริหารพ้นตำแหน่ง และระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้นายสุรวัฒน์ อยู่เป็นสุข ปลัดเทศบาลตำบลท่าไม้รวก ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีเป็นการชั่วคราว จนถึงวันประกาศผลเลือกตั้ง

//ทีมข่าวการเมืองเพชรบุรี//

“พรรคก้าวไกล” ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนชาวจังหวัดลำพูน หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ที่ บริเวณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยบรรยากาศการลงพื้นที่ของ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์พร้อมด้วยสมาชิกฯ เพื่อกล่าวคำขอบคุณกับ พี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดลำพูน หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีบรรดา ทั้งเด็ก วัยรุ่น แฟนคลับพิธา และประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ร่วมให้การต้อนรับ และให้กำลังใจอย่างล้นหลาม และหวังว่าจะได้ถ่ายรูปคู่กับ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อเก็บไว้อวดกับเพื่อนๆพี่น้อง ทางบ้าน อีกด้วย

นายแทน ต่อมสังข์ รายงาน

กกต.ลำพูนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ชี้แจงการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

วันที่(30 พ.ค. 66) ระหว่างเวลา 09:00 ถึง 16:30 นาฬิกา ที่ห้องแกรนด์ปา 1 โรงแรมแกรนด์ ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน หมู่ที่ 5 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นางชรินทร์ทิพย์ ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขี้แจงการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่าย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566ที่ผ่านมา โดยมี นางขวัญเรียม กฤตธรรมรัตน์ รองผู้อำนวยการฯ, นายธนกฤต เฉลิมวงค์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง และ นายภูมิพันธ์ ชัยเชื้อ พนักงานเลือกตั้งชำนาญการ เป็นวิทยากรฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย ของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดลำพูน เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ และผู้จัดทำบัญชีได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในข้อกฎหมาย ระเบียบและวิธีการ ในการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง และสามารถจัดทำรายงานบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ตามความเป็นจริง จึงได้กำหนดให้มีกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ

โดยกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม รวมทั้งสิ้น 90 คน ประกอบด้วย
1. ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือตัวแทน และผู้จัดทำบัญชี เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 33 คน
2. ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือตัวแทน และผู้จัดทำบัญชี เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 36 คน
3. คณะกรรมการตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายฯ จำนวน 5 คน
4. พนักงานและลูกจ้างสำนักงาน กกต.จว.ลำพูน จำนวน 16 คน

นางชรินทร์ทิพย์ฯ กล่าวว่า “สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดลำพูน ที่จะต้องยื่นบัญชีรายรับ และรายจ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามความเป็นจริง ภายใน 90 วันนับจากวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ วันสุดท้ายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกท่านจะต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย คือวันที่ 15 สิงหาคม 2566”

นาย แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

‘พิธา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงชาวเมืองชลฯ

ชลบุรี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตระเวนขอบคุณคะแนนเสียงจากประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี หลังสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้ง 2566 ได้ ส.ส.เกือบยกทั้งจังหวัด

ตามที่ พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2566 สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ สร้างปรากฏการณ์ได้ผู้สมัคร ส.ส.เกือบทุกเขตในจังหวัดชลบุรี นั้น

บ่ายวันที่ 21 พ.ค.66 มีรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 พร้อมด้วยว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.ชลบุรี ทุกเขต ได้ขึ้นรถปราศัยขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกล ที่บริเวณหน้าตลาดหนองก้างปลา ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

โดยมี ประชาชน กลุ่มพนักงานโรงงาน กลุ่มนักเรียนนักศึกษา และแฟนคลับมารอให้กำลังใจ พร้อมส่งเสียงเชียร์ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน

สำหรับเส้นทางขบวนแห่ จะเริ่มจากตลาดสดหนองก้างปลาไปยังเส้นทางต่างๆ ในพื้นที่ตำบลลบ่อวิน โดยนายพิธาแนะนำตัวว่า พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชนชาวชลบุรี ที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งยืนยันว่าความตั้งใจของพวกท่านจะไม่สูญเปล่า ตนเองและพรรคก้าวไกลจะตั้งใจทำงานและไม่หยุดทำงาน จะตั้งใจเต็มที่เมื่อเข้าไปในสภาฯ จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง

ร้อยเอ็ด สว.ดร.รณวริทธิ์ แจงท่าที โหวตเลือกนายกฯคนที่ 30 ของพรรคก้าวไกล

จากผลการเลือกตั้งส.ส.อาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา พรรคที่มีที่นั่งในรัฐสภามากที่สุดครั้งนี้คือพรรคก้าวไกลและตามมาด้วยพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสอง ประเด็นที่ตามมาคือจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไรเนื่องจากรวมเสียงฝ่ายค้านเดิมตามที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศไว้ว่าขณะนี้มีจำนวนส.ส.รวมแล้ว 313 คน (โดยไม่ได้รวมภูมิใจไทยและพลังประชารัฐ) ยังไม่เกิน 375 เสียงหรือกึ่งหนึ่งของสภาร่วมที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
จนเริ่มมีการพูดถึงผ่านแฮชแท็ก #สว.มีไว้ทำไม และ #สว.ต้องฟังเสียงประชาชน และทุกๆวันก็จะมีสว.ผู้ทรงเกียรติต่างทยอยออกมาแสดงความรู้สึกความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไร

ล่าสุดวันที่ (19 พ.ค. 2566) เวลา 08.09 น. ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (สว.แดง) สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เปิดเผย ความคิดเห็นกับสื่อทางโทรศัพธ์เกี่ยวกับประเด็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ว่า ผมเคารพเสียงของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่และขอแสดงความชื่นชมยินดีกับพรรคก้าวไกลที่จะได้จัดตั้งรัฐบาล ประชาธิปไตยคือการยอมรับเสียงข้างมาก ผมไม่ขัดข้องครับและผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นท่านใดก็เป็นคนดีมีความสามารถ มีแนวคิดในการพัฒนาในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ผมมีเงื่อนไขส่วนตัวคือนโยบายและการปฎิบัติราชการในฐานะรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่สร้างความเสื่อมถอยให้กับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยเกษตรกร ระบบบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งเอกราช เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และบูรณภาพของประเทศไทยครับผม ก่อนที่จะย้ำกับผู้สื่อข่าวทางปลายสายว่า ผมจะขอใช้สิทธิ์ในการโหวตแต่จะYES หรือ NO ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลต่างๆที่ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อข้างต้น ขอให้ทุกท่านโชคดี สว.แดงกล่าว

สมนึก บุญศรี/ร้อยเอ็ด/0885730542-ข่าว
โกสิทธิ์ วันโพนทอง-ภาพ

พังงา ชาวบ้านชูพังงา 500 ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยยื่นร้องการเลือกตั้งไม่สุจริต ประชาชน 4 อำเภอแห่ให้กำลังใจเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา อ.เมืองพังงา นายกฤษ ศรีฟ้า ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.จังหวัดพังงา เขต 2 หมายเลข4 พรรคเพื่อไทย ที่มีผลการเลือกตั้งเป็นลำดับที่2 แพ้เพียง 109 คะแนน พร้อมด้วยทีมทนายความ นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่มีความผิดปกติส่อไปในทางทุจริต เข้ายื่นต่อผู้อำนวยการสำนัก กกต.พังงา โดยมีประชาชนจาก4อำเภอ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ พร้อมชูป้าย “พังงาไม่เอา500” “เลือกตั้งใหม่” “เขต2เลือกใหม่”ฯลฯ และส่งเสียงเรียกร้องให้กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในเขต 2 ซึ่งทางนายกฤษ ศรีฟ้า ต้องมาบอกให้หยุดส่งเสียงกดดัน กกต. เพราะว่าทางตนและทีมทนายมีหลักฐานที่ร้องเรียนต่อ กกต.อยู่แล้ว

จากนั้นทาง นายฮัสบุลเลาะห์ สุเรรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง สำนัก กกต.พังงาได้ลงมาเจรจา โดยอนุญาตให้นายกฤษ ศรีฟ้า และทนายความเข้าไปได้ 2 คนเท่านั้น จากนั้นก็รับหนังสือร้องเรียนต่อหน้าผู้มาร่วมชุมนุม พร้อมกับให้ทางผู้ร้องและทีมทนายเข้าให้ถ้อยคำในสำนักงาน และบอกว่า กกต.มีความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม พร้อมตรวจสอบข้อเรียนและพยานหลักฐานต่างๆตามขั้นตอนและระเวลาอยู่แล้ว และจะแจ้งความคืบหน้าไปที่ผู้ร้องเท่านั้น

ด้านนายกฤษ ศรีฟ้า กล่าวว่า อยากจะขอยืนยันว่าเราเคารพทุกคนที่มาใช้คะแนนเสียง 80,000 กว่าคนเคารพทุกเสียงตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 9 ที่เขาได้เสียงไปก็เป็นสิ่งที่เราเคารพอยู่แล้ว แต่เราเพียงแต่ไม่ยอมรับกับความไม่ถูกต้องในเมื่อทุกฝ่ายให้ข้อมูลหลักฐานมาถึงความไม่ถูกต้องถึงความไม่เที่ยงธรรมเราในฐานะที่ต้องการทำการเมืองสีขาวให้เป็นสมบัติของคนพังงาต้องการทำระบบประชาธิปไตยให้ถูกต้องให้กับสังคมเราก็จำเป็นที่จะต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้มันปรากฏว่ามันเป็นความถูกต้องหรือเป็นสิ่งชั่วร้ายที่มันทำลายสังคมเรา เพราะว่าเราก็ทราบๆกันอยู่ว่าขบวนการเลือกตั้งเกือบทุกครั้งเราก็ได้ยินข่าวเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงม จนกลายเป็นความชินชากลายเป็นความชาชินแล้ว หลายฝ่ายก็เรียกร้องผมมาว่าเรายอมที่จะให้ความไม่ถูกต้องนี้ปรากฏเป็นสิ่งปกติในสังคมหรือ หรือเราจะต้องทำให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องนี้เป็นความชั่วร้ายของสังคมเป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับและทำให้มันถูกต้อง เราก็จะร่วมกันต่อสู้ต่อไปไม่ใช่ต่อสู้เพื่อผม แต่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ถูกต้องการเมืองที่สวยงามการเมืองที่บริสุทธิ์เที่ยงธรรมที่จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ให้ก่อให้เกิดประโยชน์กับพังงาอย่างแท้จริงเพื่อประชาธิปไตยที่ดีงามให้กับพวกเราให้กับสังคมของเราให้กับอนาคตของลูกหลาน

ขณะที่ชาวบ้านได้บอกว่า “พังงาไม่เอา 500”หมายถึงอยากให้คนที่จะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้นจะต้องเข้ามาโดยสุจริตไม่ใช้เงินซื้อเสียงเพื่อเอาชนะในการเลือกตั้ง ขณะที่เขารู้กันทุกอำเภอว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงหัวละ500 บาท แต่ทำไม่ กกต.พังงาที่มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตกลับไม่รู้ว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงกัน
สำหรับสรุปผลการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่2 อันดับที่1 นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ หมายเลข2 พรรคพลังประชารัฐ 21,506 คะแนน อันดับ2 นายกฤษ ศรีฟ้า พรรคเพื่อไทย 21,397 คะแนน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 108,410 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 84,059 คน คิดเป็นร้อยละ 77.54 บัตรดี จำนวน 75,493 บัตร คิดเป็นร้อยละ 89.81 บัตรเสีย จำนวน 3,485 บัตร คิดเป็นร้อยละ 4.14 บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด จำนวน 5,079 บัตร คิดเป็นร้อยละ 6.04

จันทบุรี ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 อย่างไม่เป็นทางการ พรรคก้าวไกลได้ทั้ง 3 เขต ประชาชนออกมาใช้สิทธิคิดเป็นร้อยละ 76.75

ข้อมูลจาก ศูนย์ประสานงานสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.๒๕๖๖ จังหวัดจันทบุรี โดยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดเผยข้อมูลผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) เบื้องต้น ดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 อันดับที่ 1 ได้แก่ นายวราวุธ ทองสุข ผู้สมัครพรรคก้าวไกล คะแนนรวม 34,833 คะแนน / อันดับที่ 2 นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ คะแนนรวม 25,935 คะแนน อันดับที่ 3 พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ คะแนนรวม 15,535 คะแนน อันดับที่ 4 นายมงคล ศรีคำแหง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย คะแนนรวม 14,023 คะแนน อันดับที่ 5 นายอิทธิพล จังสิริมงคล ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนรวม 5,529 คะแนน อันดับที่ 6 นายธวัชชัย อานามพงษ์ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย คะแนนรวม 4,266 คะแนน อันดับที่ 7 นายจักรพรรณ พลอยพาณิชย์ ผู้สมัครพรรคไทยสร้างไทย คะแนนรวม 2,396 คะแนน อันดับที่ 8 นายจักราวุธ สีหานงษ์ ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย คะแนนรวม 942 คะแนน อันดับที่ 9 นางนารา ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัครพรรคไทยภักดี คะแนนรวม 213 คะแนน อันดับที่ 10 นางสาวปวันรัตน์ ธนะสันติวัฒน์ พรรคพลังปวงชนไทย คะแนนรวม 117 คะแนน

เขตเลือกตั้งที่ 2 อันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสับ ผู้สมัครพรรคก้าวไกล คะแนนรวม 34,732 คะแนน / อันดับที่ 2 นายวันทิต ตั้งรักษาสัตย์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย คะแนนรวม 30,788 คะแนน อันดับที่ 3 นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนรวม 17,755 คะแนน อันดับที่ 4 นายจารึก ศรีอ่อน ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ คะแนนรวม 10,728 คะแนน อันดับที่ 5 นายบุญภูวนาท เจ๊ะหมวก ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย คะแนนรวม 1,856 คะแนน อันดับที่ 6 นายธนกร โฉมเฉลา ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ คะแนนรวม 1,215 คะแนน อันดับที่ 7 พ.ต.ท.ศาตราวัต สกุลนาธรรม ผู้สมัครพรรคไทยภักดี คะแนนรวม 458 คะแนน อันดับที่ 8 นางสาววิภาดา บัวเผื่อน ผู้สมัครพรรครวมพลังปวงชนไทย คะแนนรวม 143 คะแนน

เขตเลือกตั้งที่ 3 อันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้สมัครพรรคก้าวไกล คะแนนรวม 33,220 คะแนน / อันดับที่ 2 นายชรัตน์ เนรัญชร ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ คะแนนรวม 20,641 คะแนน อันดับที่ 3 นางวิสสุดา เวชชาชีวะ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย คะแนนรวม 17,774 คะแนน อันดับที่ 4 นายแสนคม อนามพงษ์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย คะแนนรวม 14,996 คะแนน อันดับที่ 5 นายประพันธ์ จึงสกุลวัฒนา ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ คะแนนรวม 5,758 คะแนน อันดับที่ 6 นายเชิดกุล พลารักษ์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนรวม 1,441 คะแนน อันดับที่ 7 นางสาวศุภนาถลดา รัตนาธนัช ผู้สมัครพรรคไทยสร้างไทย คะแนนรวม 678 คะแนน อันดับที่ 8 เรือตรี เสกสรรค์ ทองศรี ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย คะแนนรวม 562 คะแนน อันดับที่ 9 นางสาวเสาวลักษณ์ ตันฉาย ผู้สมัครพรรคไทยภักดี คะแนนรวม 413 คะแนน อันดับที่ 10 นายอัศวิน บูรณกิจ ผู้สมัครพรรคพลังปวงชนไทย คะแนนรวม 150 คะแนน

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีมีผู้มีสิทธิ์ 427,917 คน ออกมาใช้สิทธิ์ 328,443 คน คิดเป็นร้อยละ 76.75 ซึ่ง กกต.จังหวัดจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อไปตามระยะเวลาของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com