ศรีสะเกษ !! นายทะเบียนกลาง ขีดเส้น 90 วัน เคลียร์เงินผีให้จบ

ศรีสะเกษ !! นายทะเบียนกลาง ขีดเส้น 90 วัน เคลียร์เงินผีให้จบ

ศรีสะเกษ !! นายทะเบียนกลาง ขีดเส้น 90 วัน เคลียร์เงินผีให้จบ


จากกรณีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สชสท.) รวมตัวกันกว่า 100 คน บุกศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยัง นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ กรณีทางสมาคมฯ จ่ายเงินสงเคราะห์ล่าช้า และค้างจ่ายกว่า 175 ล้านบาท เรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารงานและเส้นทางการเงินภายในสมาคมฯ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสุจริต ขณะที่ ดร.สามัคคี เดชกล้า นายก สชสท. ได้ออกมาชี้แจงยอมรับจ่ายเงินล่าช้าจริง อ้างเหตุมีคนตายเพิ่มสูงขึ้น 3 เท่า

ต่อมา นายวัฒนพล อนุพันธ์ นายก อบต.ตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีละเกษ ในฐานะนายทะเบียนประจำท้องที่ ได้ลงนามในหนังสือสั่งการให้ นายก สชสท.พร้อมคณะกรรมการ หรือกรรมการยกชุด หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่ห้องประชุมสำนักงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สชสท.) ต.ตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นางกุสุมา พนอนุอุดมสุข ผอ.กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะนายทะเบียนกลาง เปิดเผยว่า การฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นการเก็บเงินสงเคราะห์ตามจำนวนของสมาชิกที่เสียชีวิต โดยตามข้อบังคับของสมาคมฯ ระบุว่าเก็บรายละ 20 บาท แต่ปรากฏว่าอัตราจำนวนผู้เสียชีวิตมีจำนวนสูงกว่า 900 ราย หากเก็บเงินกับสมาชิกรายละ 20 บาท สมาชิกก็จะต้องส่งเงินสงเคราะห์เข้าสมาคม จำนวนสูงถึงรายละกว่า 18,000 บาท ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯเก็บกับสมาชิกเพียงปีละ 5,000 บาท ถึงแม้จะเก็บน้อยกว่าเพื่อไม่ให้สมาชิกกระทบ แต่เป็นการดำเนินงานที่ขัดต่อกฎหมาย และไม่สามารถระบุได้ว่า จะได้รับเงินสงเคราะห์รายละเท่าไหร่ และจะหักเงินสงเคราะห์ของผู้เสียชีวิตล่วงหน้าไม่ได้ เป็นการดำเนินงานที่ไม่ถูกต้อง ทำไม่ได้ ซึ่งปรากฏว่าทางสมาคมฯได้กำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ที่จะได้รับเมื่อเสียชีวิตแล้ว เป็นการดำเนินการที่ขัดกับ พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 ที่กำหนดว่าเราไม่สามารถให้คำยืนยันได้ว่าต้องจ่ายเงินสงเคราะห์เท่าไหร่ เพราะสมาคมต้องเก็บเงินสงเคราะห์มาก่อน พร้อมหัก 3 เปอร์เซ็น เป็นค่าใช้จ่ายของสมาคมฯ ตามกฎหมาย ซึ่งในฐานะนายทะเบียนกลาง ได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย และจะเปิดให้คณะกรรมการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใน 90 วัน จากนั้นจะมีการประชุมใหญ่สมาชิก ซึ่งจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม.


****************
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

 

นครราชสีมา – รมช.กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่มอบของเครื่องนุ่มห่มและข้าวสารอาหารแห้งให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา

นครราชสีมา – รมช.กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่มอบของเครื่องนุ่มห่มและข้าวสารอาหารแห้งให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางทัศนียา รัตนเศรษฐ (เขต 7 จังหวัดนครราชสีมา) และ ดร.อรัชมน รัตนเศรษฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา เยี่ยมและให้กำลังใจ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส พร้อมมอบเสื้อ ไข่ไก่ และปฏิทิน จำนวน 1,900 ชุด ตามจุดต่างๆ ดังนี้ วัดบ้านขุย ต.ขุย จำนวน 300 ชุด วัดหนองสะแก ต.ขุย จำนวน 300 ชุด หอประชุมอำเภอลำทะเมนชัย เทศบาลตำบลหนองบัววง จำนวน 600 ชุด วัดบ้านอ้อ ต.ไพล จำนวน 200 ชุด วัดบ้านไพล ต.ไพล จำนวน 300 ชุด วัดบ้านหนองแวง ต.ไพล จำนวน 200 ชุด

ทั้งนี้ทั้งนี้ทางนายดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ฝากความห่วงใยกับทางชาวบ้านว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าในจังหวัดนครราชสีมานั้นมีอุณภูมิลดลงต่อเนื่องทุกวันโดยเฉพาะช่วงเช้าจะมี อากาศที่หนาวจัด ในวันนี้ก็ได้มามอบเครื่องนุ่งห่มและเสื้อกันหนาวให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด นครราชสีมา ซึ่งอย่างไรก็ตามตนได้มีความห่วงใยชาวบ้านจึงอยากให้ประชาชนทุกท่านรักษาสุขภาพในช่วง ที่มีอากาศหนาวเย็น

 

ภาพ/ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

ชุมพร // บิ๊กป้อมควงธรรมนัส นำทัพพลังประชารัฐ ลุยหาเสียงช่วย “ทนายแดง” ชิงเก้าอี้ สส. เขต 1 ชุมพร .

ไทเกอร์นิวส์ ชุมพร
ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนบน

วันที่ 7 มกราคม 2565 ที่เวทีปราศรัยชั่วคราวหน้าสถานีรถไฟสวี อ.สวี จ.ชุมพร พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้พาแกนนำคนสำคัญของพรรคเช่น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า,นายสันติ พร้อมพัฒน์, ฯ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ฯลฯ รวมทั้งแกนนำ สส.จากภาคใต้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้นายชวลิต อาจหาญ (ทนายแดง) ผู้สมัคร สส.เขตหนึ่งหมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ โดยมีประชาชนจำนวนมากร่วมรับฟังการปราศรัย

ต่อมาพลเอกประวิตร ได้ขึ้นเวทีกล่าวหาเสียงว่า “ยินดีที่ได้มาพบปะประชาชนชาวสวี ขอยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใย และพร้อมช่วยเหลือชาวชุมพรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทุกครัวเรือนอย่างเต็มความสามารถ ตลอด 7 ปีของรัฐบาลได้พยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดี-กินดีลดความเหลื่อมล้ำในสังคมช่วยคนจนปลดหนี้จึงขอให้ชาวสวี ทุกคนเชื่อมั่นและขอฝากทนายแดงเบอร์ 4 เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนชาวสวี ด้วย”

ด้านร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยกับประชาชนว่า “วันนี้ตนมาในนามครอบครัวพลังประชารัฐ จะต้องมาช่วยขึ้นเวทีช่วยทนายแดง และได้ร่วมประชุมกับท่านพลเอกประวิตร หัวหน้าพรรคแล้วมีฉันทามติว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐ จะแพ้ไม่ได้

จึงขอกำลังใจจากพี่น้องชาวสวี ให้ทนายแดง ด้วยเพราะจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นประตูเมืองสู่ 14 จังหวัดภาคใต้จะต้องพัฒนาเจริญมากขึ้นอย่างเข้มแข็ง ดังนั้นเราต้องพร้อมจะเปลี่ยนเมืองชุมพร ให้ดีขึ้นกว่าเดิมวันที่ 16 มกราคม ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทนายแดง จะชนะอย่างแน่นอน จากนั้นแกนนำพรรคได้ทยอยขึ้นเวทีปราศัยท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก .

สุราษฎร์ธานี // “เกาะสมุย โมเดล” กรรมาธิการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรประชุมหลายฝ่ายหาแนวทางคืน “ราชสีห์ผู้ภักดีแผ่นดิน” ให้ชาวเกาะสมุย .

ไทเกอร์นิวส์ สุราษฎร์ธานี
ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนบน

รายงาน : พ.ท.อำนาจ ปาทะกาญจน์

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย,นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี,นายมนตรา พรหมสินธุ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี,นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย,นายวิรวุฒิ ปล้องบรรจง ปลัดอำเภอเกาะสมุย และนายสง่า พงศ์ฉบับนภา ตัวแทนอดีตกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเกาะสมุย

ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาศึกษากรณีการขยายให้มีตำแหน่งหน้าที่ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และอื่นๆในเขตพื้นที่อำเภอเกาะสมุย หาข้อมูล- ข้อคิดเห็นในเหตุผลความจำเป็นรวมถึงเสนอแนวทางเหตุผลของการคงตำแหน่งไว้ ซึ่งในที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ตกลงจะเร่งดำเนินการ และหาวิธีการดำรงตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย ซึ่งในเบื้องต้นจะไม่มีค่าตอบแทนให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานภาพของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ที่อยู่ในเขต “เทศบาลตำบล” ที่ยกฐานะเป็น “เทศบาลเมือง” นั้นจะคงอยู่และพ้นจากตำแหน่งไปตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า “เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะท้องถิ่นใดเป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครแล้ว ห้ามมิให้ไช้กฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ในส่วนที่บัญญัติถึงการแต่งตั้งกำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,แพทย์ประจำตำบล และสารวัตกำนันในห้องถิ่นนั้น และให้บรรดาบุคคลที่กล่าวมาพ้นจากตำแหน่งและหน้าที่ให้รัฐมนตรีประกาศยกเลิกตำแหน่งดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา”

สำหรับอำเภอเกาะสมุย เป็นพื้นที่เทศบาลนครฯ ทั้งอำเภอ โดยยกฐานะจากเทศบาลตำบลเกาะสมุย เป็นเทศบาลเมืองเกาะสมุย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2551 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย และได้ยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองเกาะสมุย ครบกำหนดหนึ่งปี วันที่ 9 มิถุนายน 2552 ถือว่าบุคคลที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน พ้นจากตำแหน่งและหน้าที่ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีประกาศตามที่กฏหมายกำหนด

สถาบันกํานัน-ผู้ใหญ่บ้านจะมีอายุครบการก่อตั้ง 130 ปี ในวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ที่จะถึงนี้ เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน อีกทั้งมีความใกล้ชิดกับประชาชน และยังเป็นกลไกที่สําคัญของรัฐ กํานัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีอำนาจตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2557 โดยกําหนดให้ทําหน้าที่ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นหัวหน้าราษฎรในตําบล หมู่บ้าน มีอํานาจหน้าที่อำนวยความเป็นธรรมและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่ราษฎร สร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีให้เกิดขึ้น และอํานวยความสะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อหรือรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ

รับฟังปัญหาและนำความเดือดร้อน ทุกข์สุขและความต้องการที่จำเป็นของราษฎรแจ้งต่อหน่วยงานของรัฐ รวมทั้ง ให้การสนับสนุน ส่งเสริมการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานของทางราชการ ด้วยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประชาชนในท้องที่ หากเกิดข้อพิพาท กํานัน-ผู้ใหญ่บ้าน สามารถช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอมเพื่อหาข้อยุติให้กับประชาชนในตําบล หมู่บ้าน อีกทั้งในทางกลับกันยังมีหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนในฐานะกลไกเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และประชาชนเข้าด้วยกัน .

นครราชสีมา – พรรคพลังท้องถิ่นไทส่งผู้สมัคร สส.โคราช ทั้ง 16 เขตเปิดตัวประนอม โพธิ์คำ เป็นเลขาธิการพรรค ชูหนุนการพนันถูกกฎหมายเพื่อดึงเงินเข้าประเทศ

นครราชสีมา – พรรคพลังท้องถิ่นไทส่งผู้สมัคร สส.โคราช ทั้ง 16 เขตเปิดตัวประนอม โพธิ์คำ เป็นเลขาธิการพรรค ชูหนุนการพนันถูกกฎหมายเพื่อดึงเงินเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 64 เวลา 19.00 น. ที่ โกลด์เมาเท่น วังน้ำเขียว รีสอร์ท ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมด้วย นายประนอม โพธิ์คำ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมกันเปิดที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคพลังท้องถิ่นไท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายของพรรค และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมืน
นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ยืนยันว่า พรรคมีความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้ง พร้อมชนทุกเขตและทุกจังหวัด แต่ต้องดูความพร้อมของจังหวัดนั้นด้วย พร้อมปักมุดอีสานเป็นฐานที่ตั้ง โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ในส่วนภาคอีสานตั้งเป้า สส.ไว้ที่ 5-6 ที่นั่ง ก็พอใจ เพราะเราพรรคเล็ก ซึ่งจะชูนโยบาย ยุทธศาสตร์การพนันถูกกฎหมาย และจะผลัดดันกีฬาพื้นบ้านไก่ชน ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมเก็บภาษีการพนัน เอามาใช้หนี้ประเทศ ใช้หนี้ กยศ. และเกษตรไทย และอีกมากมายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไป

นายประนอม โพธิ์คำ เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า เราพร้อมที่จะส่ง ว่าที่ผู้สมัคร สส.ลงชิงชัยทุกจังหวัด และทุกเขต โดยให้จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ ทำการศูนย์ประสานงานพรรคพลังท้องถิ่นไท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นฐานที่ตั้ง ซึ่งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ของให้เชื่อมั่นในสิ่งที่เราต้องการจะทำโดยเฉพาะ ยุทธศาสตร์การพนันถูกกฎหมาย ซึ่งจะเก็บภาษีการพนัน เอามาช่วยพัฒนาท้องถิ่น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย สุดท้ายฝากประชาชนให้พิจารณาพรรคพลังท้องถิ่นไท ให้มี สส.เข้าไปทำงานในสภา แทนพี่น้องประชาชน และขอเป็นกระบอกเสียงในการสะท้อนถึงปัญหา เพื่อจะได้เสนอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัวสส.เขตในพื้นที่จังหวนครราชสีมาและจังหวัดอื่นจำนวน 8 คน โดยมีนายอุทร เผ่าสมบูรณ์ ผู้สมัครสส.เขต 2 จังหวัดสระบุรี นายรังสี เสรีชัย ผู้สมัครสส.เขต 1 จังหวัดสระบุรี นายเสาสรรค์ วิวัฒน์สกุลรัตน์ นายปรีชา ศรีน้อย นายสนิท ดวงสุนทร นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นายอนันต์ อาบสุวรรณ นายสุธรรม พรสันเทียะ ลงสมัครสส.เขตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ภาพ-ข่าว / อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

สุราษฎร์ธานี // ชาวสุราษฎร์ฯ แห่สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ..! ล่าสุดได้ตัวแทนพรรคฯ เขต 1-6 บรรยากาศสุดคึกคัก .

ไทเกอร์นิวส์ สุราษฎร์ธานี
ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนบน

รายงาน : พจน์ คำจันทร์

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 9.00 น. ที่โรงแรมแก้วสมุย รีสอร์ท ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมเพื่อคัดเลือกผู้แทนพรรคประจำเขตเลือกตั้งของ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีทั้งหมด 6 เขต โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาเป็นประธาน และพบปะสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งต่างๆ

สำหรับผลการประชุมเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 6 เขตเลือกตั้งมีดังนี้

• เขต 1 นายนัฐพงษ์ เตี่ยมังกรพันธุ์
• เขต 2 นายยุทธพงษ์ อรุณคง
• เขต 3 ดร.ปรเมศร์ จินา
• เขต 4 นางวรนุช สุทธิรักษ์
• เขต 5 ยังไม่จัดประชุม
• เขต 6 นายปณพงศ์ ตันติธรรมรักษ์

ทั้งนี้ การคัดเลือกผู้แทนของพรรคฯ ในวันนี้แต่ละเขตได้จัดแยกห้องเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนภายใต้มาตรการสาธารณสุข โดยมีสมาชิกพรรคปัจจุบัน และผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรครายใหม่กรอกใบสมัครด้วยความคึกคัก ส่วนความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบในลำดับต่อไป .

กสร. เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง/ลูกจ้าง ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ 2 คณะ

กสร. เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง/ลูกจ้าง
ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ 2 คณะ

————————

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เชิญชวนให้ สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงาน และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ส่งผู้แทนเพื่อสมัครเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จำนวน 2 คณะ ยื่นใบสมัครภายใน 3 ธันวาคม 2564

นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลให้ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการเกิดความปลอดภัย สุขภาพอนามัยที่ดี และช่วยลดความเสี่ยงในการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างได้ กสร.จึงขอเชิญชวนให้ สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงานและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ส่งผู้แทนเพื่อสมัครเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จำนวน 2 คณะ ได้แก่ 1. คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 2. คณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยจะเปิดให้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2564 และลงคะแนนเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน – 16 ธันวาคม 2564 โดยสามารถดาวน์โหลดแบบเสนอชื่อและใบสมัครในเว็บไซด์ http://relation.labour.go.th ทั้งนี้ ให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งนำแบบเสนอชื่อพร้อมใบสมัคร ยื่นด้วยตนเองได้ที่สำนักแรงงานสัมพันธ์ ชั้น 2 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเสนอชื่อผู้ลงคะแนนสามารถส่งแบบได้ที่สำนักแรงงานสัมพันธ์หรือทางอีเมล์ : crg.dlpw@gmail.com หรือทางไปรษณีย์นำส่ง : กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สำนักแรงงานสัมพันธ์ ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 และกำหนดวัน เวลา สถานที่เลือกตั้ง กสร.จะประกาศให้ทราบต่อไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานทะเบียนกลาง

สำนักแรงงานสัมพันธ์ 0 2660 2164-5

จันทบุรีก็มี กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศรวมตัวสนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย ปราศรัยขับไล่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทรโอชา โดยมี อดีต สส.พรรคเพื่อไทยแบบบัญชีรายชื่อร่วมด้วย

จันทบุรีก็มี กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศรวมตัวสนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย ปราศรัยขับไล่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทรโอชา โดยมี อดีต สส.พรรคเพื่อไทยแบบบัญชีรายชื่อร่วมด้วย

กลุ่มผู้ชุมชมเคลื่อนไหวทางการเมือง จำนวนกว่า 200 คน รวมตัวกัน ที่สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ด้วยระบบcar mob โดยใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหะนะ ในการรวมกลุ่ม ซึ่งมีรถยนต์กว่า 60 คัน และรถจักรยานยนต์ เกือบ100 คัน ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มวัยกลางคนจนถึงสูงอายุ เข้าร่วมกว่า 200 คน
นำโดยนายธีรภัทร์ วงษ์ศรีวรโชติหรือนายสำเริง นายเสริม ศรีสวัส (ป๋าแก่) นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีตสมาชิกวุฒิสภาแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายปกร ฐานเดช(ป๋าเสริม) ซึ่งการชุมนุม ได้เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00น . ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดเวลา แต่กลุ่มผู้ชุมชุน ไม่ยอมแพ้ มีการ ขึ้นปราศรัย เป็นช่วงๆ โดยใช้รถบรรทุก6 ล้อเป็นเวที พร้อมติดป้าย ตามรถต่างๆ ด้วยคำพูด โจมตี พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี
จากนั้นได้มีการเคลื่อนขบวน

ไปยังตัวเมืองจันทบุรี ขณะเดียว ใช้รถประกาศขับไล่ซึ่งระหว่างการชุมนุมนั้นได้มีการพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาโดยมีการขับไล่ด้วยคำพูด” คนจันทบุรีไม่ทนคนจังไรประยุทธ์ออกไป และมีการพูดถึงประเด็นการนำวัคซีนการบริหารจัดการสถานการณ์ โควิด-19 ที่ล้มเหลวรวมทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง โดยแกนนำ จะสลับสับเปลี่ยนกันพูด หลังจากนั้นได้กลับมารวมตัวกัน ที่สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชยตามเดิม เพื่อทำการ เคารพธงชาติ ในเวลา 18.00 น.

//ผู้สื่อข่าวจันทบุรี 0991429562

พังงา/ carmob พังงา กว่า 50 คัน รวมพลังขับไล่ ” ประยุทธ์ออกไปต๊ะ ” ไม่คึกคักอย่างที่คาด

พังงา/ carmob พังงา กว่า 50 คัน รวมพลังขับไล่ ” ประยุทธ์ออกไปต๊ะ ” ไม่คึกคักอย่างที่คาด

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บริเวณ อนุสรณ์สถานเรือ ต. 813 หมู่ 5 บ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก สภ.ตะกั่วป่า ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยพร้อมติดป้ายไวนิล แจ้งเตือนการรวมตัวหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 มีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 มาตรา 9(2)
หลังจากเพจเฟสบุ๊ค กลุ่มคณะราษฏรพังงา โพสต์แจ้งสมาชิก รวมตัว carmob จังหวัดพังงา โดยข้อความระบุว่า วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 ไปไล่ประยุทธ์พร้อมกัน ณ.เรือ ต. 813 เวลา 14.45น.พร้อมแจ้งเตือนสมาชิกขอความร่วมมืองดลงจากรถส่วนตัวทุกกรณีโดยจะเริ่มเคลื่อนขบวนเวลา 15.00น.โดยไปสิ้นสุดที่แยกโคกเคียน โดยจะไม่มีการรวมตัว เสร็จจากกิจกรรมจะมีการแยกย้ายทันที พร้อมแจ้งสมาชิกให้เตรียมอุปกรณ์กันฝน พกใบขับขี่ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ งดใช้ข้อความดูหมิ่นศาสนา พกเจลล้างมือ หน้ากาก งดใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ห้ามพกพาอาวุธและให้ปิดแผ่นป้ายทะเบียนรถด้วย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เมื่อถึงเวลานัดหมายพบว่ามีรถยนต์ขับเข้ามาที่บริเวณเรือ ต. 813 เข้ามา 5-6 คัน โดยแต่ละคันจะมีการนำเทปกาวปิดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและด้านหลังส่วนบางคันได้ถอดแผ่นป้ายทะเบียนรถออก ขณะที่ชุดสืบสวนของทาง สภ.เขาหลัก สภ.ตะกั่วป่า

และชุดสืบสวนของภูธรจังหวัดพังงากระจายกำลังตามจุดต่างของเรือ ต. 813 โดยรถที่ขับเข้ามาได้ขับเข้ามาแล้วขับออกไปไม่มีการรวมตัวบริเวณจุดนัดหมายแต่ได้ไปรวมตัวกันบริเวณถนนเพชรเกษมแทน คัน พร้อมมีการบีบแตรและชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว โดยนายจิรพงศ์ มาศทอง จะขับรถนำและจอดถ่ายภาพพร้อมบีบแตร และชู 3 นิ้ว ก่อนจะขับกันออกไปยังจุดนัดหมายที่แยกโคกเคียน ต.โคกเคียน อ.ตะกั่ว จ.พังงาซึ่งระหว่างทางที่บีบแตรกลับไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด
ซึ่งทางเพจเฟสบุ๊คได้ประกาศจุดยืนยื่นข้อเรียกร้อง 3ข้อคือ เรียกร้องให้มีการจัดระบบวัคซีนให้ทั่วถึงกับประชาชนและมีกรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เรียกร้องให้มีมาตราการเยียวยาจากทางจังหวัดให้กับประชาชนรวมถึงร้านค้าในจังหวัดและเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ลาออกโดยไม่มีเงื่อน ซึ่งการรวมตัว carmobได้ยุติเสร็จสิ้นเวลา 16.10น.
ขณะที่เพจ Phangnga Flash news ได้มีการแจ้งสมาชิก พังงา ข้อความระบุว่า ร่วมใจกันปกป้องสถาบัน เพราะความนิ่งเฉยอาจนำพาบ้านเมืองไปสู่ความพินาศและความล้มเหลวจนได้ แสดงจุดยืน รวมพลัง ปกป้องสถาบัน ร่วมกันใส่เสื้อขาวหมวกขาว ต่อต้านม็อบ 3 กีบ ทำลายชาติ ล้มล้างสถาบัน โดนพร้อมเพรียงกัน เวลา 16.00น.ซึ่งทั้งสองจุดได้แยกย้ายการจัดกิจกรรมเมื่อเวลาเมื่อเวลา 16.10น.แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่ปรากฏว่ามีการรวมตัวกันแต่อย่างใด

ขนกวรรณ พรหมทอง ผู้สื่อข่าวพังงาโทร082-1569162

ศรีสะเกษ !! คาร์ม็อบกว่า 1,000 คันชุมนุมบีบแตรขับไล่นายกรัฐมนตรี ขณะที่ ผกก.สภ.เมืองเผยการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ศรีสะเกษ !! คาร์ม็อบกว่า 1,000 คันชุมนุมบีบแตรขับไล่นายกรัฐมนตรี ขณะที่ ผกก.สภ.เมืองเผยการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนหน้าสวนสาธารณะมารีหนองแคน ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มคาร์ม็อบ จำนวนประมาณ 80 คัน มารวมตัวกันเพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล โดยมีการจัดทำป้ายต่าง ๆ โจมตีการทำงานบริหารประเทศของรัฐบาลนำเอามาติดข้างรถและถือบนรถยนต์รวมทั้งรถจักรยานยนต์ จากนั้น ขบวนคาร์ม็อบซึ่งในช่วงแรกเป็นขบวนรถยนต์ทั้งรถเก๋งรถปิคอัพ รถจักรยานยนต์ ได้เคลื่อนขบวนออกไปตามถนนกสิกรรม ผ่านไปยังถนนวันลูกเสือ ถนนกวงเฮง เลี้ยวซ้ายไปยังถนนขุขันธ์ ออกไปสู่ถนนอุบล ผู้มาร่วมชุมนุมที่อยู่บนรถต่างพากันชู 3 นิ้ว ไปตามถนน ซึ่งตาม 2 ข้างทางที่ขบวนคาร์ม็อบเคลื่อนขบวนรถบีบแตรชุมนุมผ่านไป จะมีประชาชนชาวศรีสะเกษให้ความสนใจ พากันนำเอาโทรศัพท์มาถ่ายภาพและมีบางส่วนพากันยืนชู 3 นิ้วเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการร่วมชุมนุมด้วย และเมื่อขบวนคาร์ม็อบมาถึงบริเวณสามแยกนิกรมอเตอร์ทางแยกไปทางถนนทองมาก ปรากฏว่า มีขบวนคาร์ม็อบรถจักรยานหลากหลากประเภท จำนวนประมาณ 1,000 คันพากันบีบแตรเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดังกึกก้องบริเวณใกล้เคียงรอขบวนรถยนต์อยู่ และเมื่อขบวนคาร์ม็อบรถยนต์มาใกล้จะถึง ขบวนคาร์ม็อบรถจักรยานยนต์ ได้พากันเร่งเครื่องเคลื่อนขบวนนำหน้าออกไปก่อนเต็มถนนทองมาก และได้พากันมาจอดอยู่ที่บริเวณถนนทองมากก่อนถึงอาคารพลศึกษาวีสมหมาย ซึ่งโรงพยาบาลสนามรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยมีรถนำขบวนติดเครื่องเสียงมาจอดและแกนนำได้ปราศรัยกับกลุ่มคาร์ม็อบที่มาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. แกนนำคาร์ม็อบจึงได้ประกาศยุติการชุมนุมให้คาร์ม็อบแยกย้ายกันกลับไป โดยมี พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองศรีสะเกษมาดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่

นายพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ แกนนำคาร์ม็อบในครั้งนี้ กล่าวว่า การจัดคาร์ม็อบครั้งนี้ เป็นการจัดคาร์ม็อบครั้งแรกของ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่า มีประชาชนชาวศรีสะเกษพากันนำเอารถยนต์ รถจักรยานยนต์ มาร่วมขบวนชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก โดยในการจัดชุมนุมคาร์ม็อบที่จะจัดครั้งต่อไปจะมีประชาชนชาวศรีสะเกษมาร่วมชุมนุมคาร์ม็อบมากกว่านี้อีก ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้เพื่อต้องการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากว่า บริหารประเทศผิดพลาดล้มเหลวและไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้
พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุร้ายใด ๆ เป็นการแสดงออกทางการเมืองเพียงเล็กน้อย ไม่มีข้อความหมิ่นเหม่ที่จะเป็นการก้าวล่วงสถาบัน หรือว่ามีทรัพย์สินของทางราชการหรือว่าทรัพย์สินของบุคคลใดได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขต ได้รับการประสานงานจากแกนนำม็อบครั้งนี้ด้วยดีทำให้การชุมนุมคาร์ม็อบไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น

*****************
ข่าว/ภาพ…… บุญทัน ธุศรีวรรณ ศรีสะเกษ